วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เตือนก.ม.ใหม่จัดหนักค้างค่าส่วนกลาง

เตือนก.ม.ใหม่จัดหนักค้างค่าส่วนกลาง

เตือนก.ม.ใหม่จัดหนักค้างค่าส่วนกลาง เพิ่มอำนาจนิติบุคคลอายัดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

 
                    ที่ผ่านมาโครงการบ้านจัดสรรจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาเรื่องการจัดเก็บค่าส่วนกลาง เนื่องจากผู้อยู่อาศัยอ้างเรื่องความไม่พึงพอใจในบริการ และไม่ได้อยู่อาศัยในโครงการ หรือแม้แต่การจงใจไม่จ่าย แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม ส่งผลต่อการบริหารสินทรัพย์ภายในโครงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากงบประมาณไม่เพียงพอต่อการบำรุงซ่อมแซมสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ จะส่งผลต่อความเสื่อมโทรมของโครงการด้วย
 
                    นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เรียลตี้แมเนจเม้นท์ จำกัด (IRM) และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะค่อยๆ ลดลงเพราะภาครัฐได้ประกาศใช้กฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขใหม่ ซึ่งได้มีการกำหนดหลักการและวิธีการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (อายัด) ในกรณีที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ส่งผลให้เจ้าของบ้านไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ กับบ้านของตนเองได้ ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขนี้ ได้เปิดโอกาสให้นิติบุคคลบ้านจัดสรรและผู้ประกอบการสามารถแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (อายัด) ในที่ดินจัดสรรแปลงที่ค้างชำระค่าส่วนกลางได้แต่ตั้ง 6 เดือนขึ้นไป
 
                    ทั้งนี้ ในกรณีที่นิติบุคคลบ้านจัดสรรจะดำเนินการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม กับที่ดินแปลงที่มีปัญหาเรื่องค่าส่วนกลาง จะต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้างชำระทราบก่อน โดยต้องบอกล่วงหน้าให้ชำระไม่น้อยกว่า 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ และต้องส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนแบบตอบรับเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินสั่งระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (อายัด) หลังจากนั้นทางที่ดินจะมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของที่ดินได้รับทราบเรื่องการถูกระงับดังกล่าวหากเจ้าของที่ดินตระหนักถึงการถูกระงับและดำเนินการชำระค่าส่วนกลางแล้ว
 
                    นิติบุคคลบ้านจัดสรรหรือผู้ประกอบการ จะต้องทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อให้ยกเลิกการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมภายใน 7 วัน นับจากวันที่เจ้าของที่ดินชำระค่าส่วนกลาง
 
                    นอกจากนี้ แล้วกฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขใหม่นี้ ยังระบุถึงกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินให้สามารถจัดเก็บค่าบริการส่วนกลาง แต่ยังไม่ได้จัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร ซึ่งส่วนใหญ่ได้จัดเก็บล่วงหน้าจากผู้ซื้อไปแล้ว และหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่จะเก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้า 2 ปี เมื่อครบกำหนด 2 ปีแล้วผู้จัดสรรที่ดินสามารถแจ้งการจัดเก็บรอบใหม่ได้อีกครั้ง หากผู้ซื้อที่ดินจัดสรรยังไม่ชำระและค้างชำระตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ผู้ประกอบการสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินระงับการจัดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้เช่นกัน
 
                    "สำหรับผู้ที่ค้างชำระนอกจากจะต้องถูกอายัดในเรื่องการจดทะเบียนและนิติกรรมต่างๆ แล้ว จะต้องเสียค่าปรับ 10% ของจำนวนยอดเงินที่ค้างชำระ รวมทั้งอาจไม่ได้รับความสะดวกในบริการต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เช่น คีย์การ์ดไม่เข้า-ออกหมู่บ้านไม่สามารถใช้งานได้ ต้องแลกบัตรเข้าโครงการเหมือนผู้ที่มาติดต่อ ซึ่งจะเป็นการสร้างความยุ่งยากในอยู่อาศัย ที่สำคัญจะส่งผลเสียต่อมูลค่าโครงการจะลดลง ดังนั้น นิติบุคคลบ้านจัดสรรและผู้จัดสรรจะต้องมีการประชาสัมพันธ์เรื่องบริการต่างๆ และมีการปรับปรุงการทำงาน เช่น เรื่องความสะอาดและปลอดภัยในโครงการ เพื่อป้องกันมิให้ผู้อยู่อาศัยนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการจ่ายค่าส่วนกลาง นอกจากนี้แล้ว นักบริหารมืออาชีพจะต้องทำหน้าที่ต่างๆ ในการสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ” นายธนันทร์เอกกล่าว
 
                    ขณะที่หลังจากกฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขใหม่มีผลประกาศบังคับใช้ สาระสำคัญจะมีผลต่อผู้ประกอบการจัดสรรหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ระบุไว้ในการขออนุญาตจัดสรรว่าจะต้องกำหนดการเก็บค่าส่วนกลางในจำนวนที่สอดคล้องกับระยะเวลาในการก่อสร้างโครงการ เนื่องจากในระหว่างการก่อสร้าง 2-3 ปีผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงานรักษาความปลอดภัย ฯลฯ อย่างไรก็ตาม จะจัดเก็บค่าส่วนกลางมากหรือน้อยเกินไปจะมีผลต่อการดำเนินงานทั้งสิ้น เพราะหากกำหนดการจัดเก็บค่าส่วนกลางน้อยและไม่เพียงพอค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด และหากกำหนดค่าส่วนกลางสูงเกินไปก็จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
 
                    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งบริการสาธารณะในโครงการจัดสรร ซึ่งกฎหมายใหม่ระบุจะต้องแจ้งให้หน่วยงานภาครัฐเข้าไปตรวจสอบ เพื่อมีใบรับรองว่ามีความสมบูรณ์และสามารถใช้งานได้ เพราะหากไม่มีการซ่อมแซมและดูแลอย่างสม่ำเสมอ จะไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐ และอาจส่งผลต่อการจดทะเบียนนิติบุคคลบ้านจัดสรร เนื่องจากสาธารณูปโภคเหล่านี้จะตกเป็นของนิติบุคคลตามกฎหมาย ดังนั้น จากนี้ไปผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางอยู่ตลอดเวลา
 
                    นายธนันทร์เอกกล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายจัดสรรฉบับแก้ไขใหม่ยังได้ระบุการจดทะเบียนนิติบุคคลไว้ 3 เรื่องคือ 1.ที่ประชุมต้องมีมติให้จัดตั้งนิติบุคคล 2.ต้องมีการรับรองข้อบังคับ 3.ต้องแต่งตั้งตัวแทนเพื่อดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้จะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของที่จำนวนบ้านทั้งหมดในโครงการ ส่วนเรื่องการแต่งตั้งตัวแทนในการจดทะเบียนนิติบุคคลนั้น กฎหมายระบุว่าจะต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดประชุมใหญ่อีกครั้ง เพื่อเลือกตั้งกรรมการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับจากเป็นนิติบุคคลแล้วเสร็จ
 

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จอดรถกีดขวางทางมีสิทธิติดคุก

จอดรถกีดขวางทางคนอื่น  มีสิทธิติดคุก

การจอดรถขวางประตูบ้านของผู้อื่น หรือแม้แต่การจอดขวางทางคนอื่นในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า  ซึ่งถือว่า เป็นที่สาธารณะสถาน ถือว่า เป็นการกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ เพราะไม่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากบ้าน  หรือออกจากลานจอดไม่ได้

 ข้ออ้างว่าถนนหน้าบ้านเป็นที่สาธารณะ หรือ เจ้าของบ้านไม่ควรใช้รถเมื่อเขาจอดรถบนถนนหน้าบ้าน ใช้อ้างไม่ได้และไร้สาระ เนื่องจากเจ้าของรถใช้สิทธิไปก่อความเดือดร้อนของผู้อื่นทั้งที่รู้แก่ใจถึงความเสียหายนั้นเยี่ยงวิญญูชนพึงรู้กัน จึงถือว่า กระทำความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญใจตามมาตรา 397 หมวดลหุโทษ

ทั้งนี้ เมื่อเป็นความผิดกฎหมายอาญาแล้ว ตำรวจจะปัดไม่รับแจ้งความร้องทุกข์ไม่ได้ ถ้าปฏิเสธ อาจมีโทษฐานละเว้นหน้าที่โดยทุจริต เพราะความผิดฐานนี้ไม่จำเป็นต้องมีความเสียหายเกิดขึ้น แค่เกิดพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญใจ ก็เป็นความผิดอาญาฐานนี้แล้ว



คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1908/2518

นายปรีชา ธนศิลป์             โจทก์
ร้อยตำรวจโทสุทธี กันตะเพ็ง ที่ 1 นางสุนีย์ กันตะเพ็ง ที่ 2             จำเลย

ป.อ. มาตรา 1(3), 310, 397

           จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญแม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397



           โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดขวางถนนซอยเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปจากซอยได้ เป็นการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภายในร่างกาย และเป็นการรังแกข่มเหงและก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 397 และ 83
           ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง มีคำสั่งประทับฟ้อง
          จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
          ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
          โจทก์อุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ให้จำคุกจำเลยคนละ 15 วัน และปรับคนละ 500 บาท โทษจำคุกให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
          โจทก์และจำเลยฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุนั้น โจทก์ไม่ได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายแต่อย่างใด โจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยนั้นได้ จำเลยเพียงแต่ขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ดังโจทก์ฎีกา
          ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยไม่ทราบว่าโจทก์จะถอยรถออกไปจำเลยมิได้มีเจตนาจะปิดกั้นไม่ให้โจทก์เอารถออก ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ยอมถอยรถให้โจทก์ออกเป็นการรังแกข่มเหงโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะเป็นซอยในที่ดินของนางสวรรค์ สุวรรณเนตร ซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้านอยู่อาศัย แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในที่ดินในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397
           พิพากษายืน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรา ๓๙๗  #ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการ กระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำ นัลหรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปใน ทางที่จะล่วงเกินทางเพศต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการ กระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชานายจ้างหรือผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อนาคตของหมู่บ้านจัดสรรที่เก็บค่าส่วนกลางไม่พอบริหารงาน

กรณีศึกษา

เรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เราต้องเสียในอนาคตอันใกล้นี้ ดูท่าทีรัฐบาลคงต้องเก็บแน่ๆ  ซึ่งจะซ้ำซ้อนกับค่าส่วนกลางที่นิติฯเก็บอยู่อาจส่งผลต่อการจ่ายค่าส่วนกลางลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงวดสุดท้ายมีสมาชิกยังไม่จ่ายอีกเป็นจำนวนมาก   (ข้อมูลวันที่1มีค.58งวดแรกคงค้างจ่าย14ราย)เริ่มส่งสัญญาณบางอย่างให้คณะกรรมการต้องกลับมาคิดหาทางแก้ไข    ทางเลือกของเราคืออะไร(ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)โดยจะเรียงลำดับความสำคัญ
1.ลดค่าใช้จ่ายลง  เช่นลดการใช้ไฟฟ้าถนน โดยเปิดดวงเว้นดวง   ปิดสโมสร สระว่ายนำ้ เพื่อลดค่ากระแสไฟฟ้าจากปั้มนำ้ที่ทำงานตลอดเวลา  และการบำรุงรักษาเดือนละ 12,500 บาท ลดรป.เหลือคนเดียว กวาดถนนอาทิตย์ละครั้งโดยจ้างครั้งคราว  ตัดหญ้าเดือนละครั้งเป็นต้น
2.ลดค่าส่วนกลางลงให้สัมพันธ์กับภาษีที่ต้องจ่ายและงบประมาณที่มีในการบริหารงาน
3.เลิกนิติฯส่งมอบให้อบต.ซึ่งเราจ่ายภาษีให้เขาไปแล้วบริหารหมู่บ้านแทนนิติฯ
....เพื่อเตรียมรับสภาพที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต......

แผนปฏิบัติเพื่อรองรับวิกฤตทางการเงิน

แผนที่ 1 ลดค่าใช้จ่ายหลัก 
รายจ่ายหลัก (ข้อมูลเฉลี่ยเดือน พย.57)
1. ปกติค่ากระแสไฟฟ้าแยกเป็น
1.1 แสงสว่าง 20,507.05 บาท
1.2 สโมสร (สระน้ำ) 6,883.67 บาท
1.3 โรงสูบน้ำ(รดน้ำสนามหญ้า,ต้นไม้) 5,018.13 บาท
                                    รวม 32,408.85 บาท/เดือน 
วิธีการลดค่าใช้จ่ายระยะที่1     เปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดแสงจันทร์ขนาด 150 Watt
มาเป็นหลอดประหยัดไฟขนาด 70 Watt แทนซึ่งจะให้แสงสว่างเทียบเท่าหลอดแสงจันทร์ จำนวน........หลอดซึ่งสามารถลดกำลังไฟฟ้าลงได้
ลงทุนราคาหลอดประหยัดไฟ 700 บาทจำนวนหลอดที่เปลี่ยน....หลอดเป็นเงิน.........บาทซึ่งจะคืนทุน
ภายใน.....เดือน

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

นิติบุคคลไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้


            เรื่องการฟ้องศาลเพื่อเรียกให้สมาชิกที่ไม่ชำระค่าส่วนกลาง คณะกรรมการไม่อยากจะฟ้องเลย อย่างไรก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน
 แต่นิติบุคคลฯทำไป เพื่อความยุติธรรม จึงไม่สามารถละเว้นได้
        เนื่องจากยังมีสมาชิกที่มีความรับผิดชอบชำระค่าส่วนกลาง อย่างสม่ำเสมอตลอดมา ทำให้การบริหารงานหมู่บ้านเป็นไปด้วยความเรียบร้อย **รายที่นิติบุคคลฯฟ้องไม่ได้ชำระค่าส่วนกลางมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 ซึ่ง ทางนิติบุคคลฯได้ดำเนินการทวงถามตลอดมา เจ้าของบ้านบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่ได้อยู่อาศัยเลยทำไมต้องเสียค่าส่วนกลางด้วย  ขอชี้แจงดังนี้ บ้านที่ทางธนาคารยึดไปขายทอดตลาดหลายหลังในหมู่บ้านของเรา ธนาคารยังต้องรับผิดชอบชำระค่าส่วนกลางให้กับนิติบุคคลฯ เพราะธนาคารทราบว่าเมื่อจะทำการซื้อ-ขาย หากต้องชำระหนี้ปุริมสิทธิ
      ซึ่งเป็นของนิติบุคคลฯต้องชำระให้เรียบร้อยเสียก่อน สำหรับบ้านที่หนี้นิติบุคคลฯติดค้างอยู่ มิฉะนั้นจะมีปัญหาเรื่องการทำธุรกรรม ซื้อ-ขาย-โอนกรรมสิทธ์ไม่ได้  ท่านจะอยู่หรือไม่อยู่เมื่อท่านซื้อบ้านแล้ว
ภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของหมู่บ้าน ซึ่งมติจากการประชุมใหญ่ของสมาชิกหมู่บ้าน
       สรุปดังนี้ เรื่องอยู่ในศาลจำนวน 1 แปลง และอีก 5 แปลงกำลังยื่นให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี
หากเลยกำหนดเวลาจะยื่นฟ้องศาล

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประชุมใหญ่ประจำปี 2558

เมื่อปีที่แล้วสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
ประชุมใหญ่ประจำปีกันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2557  ปีนี้ครบรอบประชุมใหญ่มาถึงอีกแล้ว
คณะกรรมการนิติฯประชุมตกลงกันว่าปีนี้จะจัดประชุมวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2558 เวลา10.00 น.
- ความจริงไม่อยากรบกวนสมาชิกในวันหยุดพักผ่อน แต่กฎหมายและข้อบังคับกำหนดให้ประชุมสามัญ
สมาชิกหมู่บ้านอย่างน้อยปีละครั้ง และต้องจัดส่งรายงานต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกครั้ง
การประชุมก็เพื่อให้สมาชิกช่วยกัน
- ตรวจสอบรับรอง  งบดุลบัญชี รายรับ-รายจ่ายของนิติบุคคลฯ
- รับทราบการบริหารและการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ
- ร่วมแสดงความคิดเห็นต่างๆเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขข้อปัญหาต่างๆ
ในหมู่บ้านของเรา ซึ่งไม่อยากให้คณะกรรมการทำงานอยู่ด้านเดียว สมาชิกช่วยกันมองหลายๆมิติ
คณะกรรมการขอน้อมรับมาดำเนินการให้สมกับความไว้วางใจที่สมาชิกเลือกให้เข้ามาบริหารงาน
- ในการประชุมแต่ละครั้งมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้
                1.สมาชิกต้องครบองค์ประชุมตามข้อบังคับข้อที่ 34 คือสมาชิกต้องมาประชุม ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนเสียง  ซึ่งเรามีทั้งหมด 216 เสียง ต้องมาไม่น้อยกว่า  72 เสียง จึงครบองค์ประชุม
                2.ค่าใช้จ่ายในการประชุม เช่นค่าเช่าเต็นท์,ค่าอาหารว่างแจกผู้เข้าร่วมประชุม,ค่าเอกสาร,ค่าแรงงาน,ค่าเช่าพัดลม,ฯลฯ   เป็นเงินหลายหมื่นบาท เงินเหล่านี้ก็มาจากสมาชิกทุกๆท่านหากสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมตามระเบียบข้อบังคับ ก็ต้องจัดประชุมใหม่
ซึ่งสมาชิกคงไม่อยากให้หมู่บ้านเราเสียเงินของทุกๆคนไปโดยไม่ได้อะไร  เหตุที่กล่าวมานี้ขอให้ทุกๆท่านเสียสละเวลามาร่วมประชุมกันมากๆนะครับ .........
           




วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เล่าเรื่องที่กรรมการประชุมกัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2558  (เล่าให้ฟังเฉยๆสักเรื่องสองเรื่องเพราะมีหลายเรื่อง)
คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ประชุม
โดยมีวาระสำคัญคือจัดประชุมใหญ่ประจำปี 2558 ซึ่งจะจัดประมาณเดือน มิถุนายนของทุกๆปี
ตามข้อบังคับของกฎหมาย   ซึ่งปีนี้คาดว่าจะจัดประชุมใหญ่ประมาณวันที่ 28 มิถุนายน 2558
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่สมาชิกแจ้งให้นิติบุคคลฯช่วยดำเนินการเช่น
     - เรื่อง สมาชิกบางท่านเลี้ยงสัตว์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน
ทางนิติฯส่งเรื่องให้ทางปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยกฎระเบียบของบ้านเมือง
มาช่วยดูแล เพราะเป็นเรื่องการอยู่ร่วมกันและละเมิดสิทธิผู้อื่น
-เรื่องการบำรุงรักษา-ซ่อมแซมเครื่องออกกำลังกายของเทศบาลที่ติดตั้งในหมู่บ้าน
ส่งเรื่องให้เทศบาลตำบลเสาธงหินดำเนินการ
ซึ่งเรื่องบางเรื่องทางนิติฯไม่สามารถดำเนินการได้เอง  บางเรื่องที่นิติฯสามารถดำเนินการได้เอง
คณะกรรมการจะรีบดำเนินการให้ทันที เช่น จัดหาอุปกรณ์เพื่อซ่อมบำรุงรักษาไฟฟ้าและตัดต้นไม้
โดยไม่ต้องจ้างเทศบาลเข้ามาดำเนินการให้ซึ่งบางครั้งต้องคอยคิวกว่าจะทำให้เป็นต้น (ค่าตัดต้นไม้
ที่ต้องจ้างเทศบาลตัดทั้งหมู่บ้านค่าจ้างประมาณ 15,000 บาทต่อครั้งและปีหนึ่งจะตัด 1-2 ครั้ง)
*****เหตุผลก็คือประหยัดให้มากเท่าที่จะทำได้เพื่อให้การบริหารค่าส่วนกลางที่มีอยู่พอดีๆได้ประโยชน์สูงสุด
เพราะเราเก็บค่าส่วนกลางในจำนวนที่พอเพียงแก่การดำเนินงานของนิติฯ ไม่เก็บสะสมเงินไว้จำนวนมากๆ
เหมือนนิติบุคคลหมู่บ้านอื่นๆ ให้เกิดกรณีโกงกินขึ้นตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ
-เรื่องแมวจรจัด
สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว  ปัญหานี้เบื้องต้นขอความร่วมมือเจ้าของบ้านบางหลังอย่าให้อาหาร
แก่แมวพวกนี้  (เรื่องนี้กรรมการลำบากใจเนื่องมีบางท่านรักและสงสารสัตว์)  กรรมการท่านที่เป็นปศุสัตว์จังหวัด
แนะนำว่าให้เทศบาลหรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาจับ ก็จะนำไปขังที่ศูนย์พักสัตว์ซึ่งมีสัตว์ต่างๆอยู่กันอย่างแออัด
เป็นร้อยๆตัวทั้งหมาและแมว  และยังไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหนดีกว่านี้ ใครๆก็รู้ว่าแมวไม่สามารถจับได้ง่ายๆต้องใช้
ยิงยาสลบซึ่งอาจจะทำให้ตายได้ สรุปกรรมการก็เลยเงิบ.... ยังหาทางออกไม่ได้ท่านใดมีไอเดียดีแนะนำกันบ้าง..