วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประชุมใหญ่ประจำปี 2558

เมื่อปีที่แล้วสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
ประชุมใหญ่ประจำปีกันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2557  ปีนี้ครบรอบประชุมใหญ่มาถึงอีกแล้ว
คณะกรรมการนิติฯประชุมตกลงกันว่าปีนี้จะจัดประชุมวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2558 เวลา10.00 น.
- ความจริงไม่อยากรบกวนสมาชิกในวันหยุดพักผ่อน แต่กฎหมายและข้อบังคับกำหนดให้ประชุมสามัญ
สมาชิกหมู่บ้านอย่างน้อยปีละครั้ง และต้องจัดส่งรายงานต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกครั้ง
การประชุมก็เพื่อให้สมาชิกช่วยกัน
- ตรวจสอบรับรอง  งบดุลบัญชี รายรับ-รายจ่ายของนิติบุคคลฯ
- รับทราบการบริหารและการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ
- ร่วมแสดงความคิดเห็นต่างๆเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขข้อปัญหาต่างๆ
ในหมู่บ้านของเรา ซึ่งไม่อยากให้คณะกรรมการทำงานอยู่ด้านเดียว สมาชิกช่วยกันมองหลายๆมิติ
คณะกรรมการขอน้อมรับมาดำเนินการให้สมกับความไว้วางใจที่สมาชิกเลือกให้เข้ามาบริหารงาน
- ในการประชุมแต่ละครั้งมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้
                1.สมาชิกต้องครบองค์ประชุมตามข้อบังคับข้อที่ 34 คือสมาชิกต้องมาประชุม ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนเสียง  ซึ่งเรามีทั้งหมด 216 เสียง ต้องมาไม่น้อยกว่า  72 เสียง จึงครบองค์ประชุม
                2.ค่าใช้จ่ายในการประชุม เช่นค่าเช่าเต็นท์,ค่าอาหารว่างแจกผู้เข้าร่วมประชุม,ค่าเอกสาร,ค่าแรงงาน,ค่าเช่าพัดลม,ฯลฯ   เป็นเงินหลายหมื่นบาท เงินเหล่านี้ก็มาจากสมาชิกทุกๆท่านหากสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมตามระเบียบข้อบังคับ ก็ต้องจัดประชุมใหม่
ซึ่งสมาชิกคงไม่อยากให้หมู่บ้านเราเสียเงินของทุกๆคนไปโดยไม่ได้อะไร  เหตุที่กล่าวมานี้ขอให้ทุกๆท่านเสียสละเวลามาร่วมประชุมกันมากๆนะครับ .........
           




วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เล่าเรื่องที่กรรมการประชุมกัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2558  (เล่าให้ฟังเฉยๆสักเรื่องสองเรื่องเพราะมีหลายเรื่อง)
คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ประชุม
โดยมีวาระสำคัญคือจัดประชุมใหญ่ประจำปี 2558 ซึ่งจะจัดประมาณเดือน มิถุนายนของทุกๆปี
ตามข้อบังคับของกฎหมาย   ซึ่งปีนี้คาดว่าจะจัดประชุมใหญ่ประมาณวันที่ 28 มิถุนายน 2558
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่สมาชิกแจ้งให้นิติบุคคลฯช่วยดำเนินการเช่น
     - เรื่อง สมาชิกบางท่านเลี้ยงสัตว์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน
ทางนิติฯส่งเรื่องให้ทางปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยกฎระเบียบของบ้านเมือง
มาช่วยดูแล เพราะเป็นเรื่องการอยู่ร่วมกันและละเมิดสิทธิผู้อื่น
-เรื่องการบำรุงรักษา-ซ่อมแซมเครื่องออกกำลังกายของเทศบาลที่ติดตั้งในหมู่บ้าน
ส่งเรื่องให้เทศบาลตำบลเสาธงหินดำเนินการ
ซึ่งเรื่องบางเรื่องทางนิติฯไม่สามารถดำเนินการได้เอง  บางเรื่องที่นิติฯสามารถดำเนินการได้เอง
คณะกรรมการจะรีบดำเนินการให้ทันที เช่น จัดหาอุปกรณ์เพื่อซ่อมบำรุงรักษาไฟฟ้าและตัดต้นไม้
โดยไม่ต้องจ้างเทศบาลเข้ามาดำเนินการให้ซึ่งบางครั้งต้องคอยคิวกว่าจะทำให้เป็นต้น (ค่าตัดต้นไม้
ที่ต้องจ้างเทศบาลตัดทั้งหมู่บ้านค่าจ้างประมาณ 15,000 บาทต่อครั้งและปีหนึ่งจะตัด 1-2 ครั้ง)
*****เหตุผลก็คือประหยัดให้มากเท่าที่จะทำได้เพื่อให้การบริหารค่าส่วนกลางที่มีอยู่พอดีๆได้ประโยชน์สูงสุด
เพราะเราเก็บค่าส่วนกลางในจำนวนที่พอเพียงแก่การดำเนินงานของนิติฯ ไม่เก็บสะสมเงินไว้จำนวนมากๆ
เหมือนนิติบุคคลหมู่บ้านอื่นๆ ให้เกิดกรณีโกงกินขึ้นตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ
-เรื่องแมวจรจัด
สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว  ปัญหานี้เบื้องต้นขอความร่วมมือเจ้าของบ้านบางหลังอย่าให้อาหาร
แก่แมวพวกนี้  (เรื่องนี้กรรมการลำบากใจเนื่องมีบางท่านรักและสงสารสัตว์)  กรรมการท่านที่เป็นปศุสัตว์จังหวัด
แนะนำว่าให้เทศบาลหรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาจับ ก็จะนำไปขังที่ศูนย์พักสัตว์ซึ่งมีสัตว์ต่างๆอยู่กันอย่างแออัด
เป็นร้อยๆตัวทั้งหมาและแมว  และยังไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหนดีกว่านี้ ใครๆก็รู้ว่าแมวไม่สามารถจับได้ง่ายๆต้องใช้
ยิงยาสลบซึ่งอาจจะทำให้ตายได้ สรุปกรรมการก็เลยเงิบ.... ยังหาทางออกไม่ได้ท่านใดมีไอเดียดีแนะนำกันบ้าง..



วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้า

      โครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่

การใช้กระแสไฟฟ้าในบริเวณพื้นที่สาธารณะในหมู่บ้าน(ข้อมูลเดือนมีนาคม2558)
1.สระน้ำที่สโมสร มีปั้มน้ำที่ต้องทำงาน.........
เพื่อให้ระบบถ่ายเทน้ำในสระให้สะอาดตามมาตรฐาน... ค่ากระแสไฟฟ้า..5,430.92...บาท
2.ไฟฟ้าแสงสว่างถนน /ป้อมยาม /ไม้กระดกกั้นรถเข้า-ออกอัตราการทำงานวันละ 300-500 ครั้ง(จากรายงานสูงสุดประมาณ 800 ครั้งต่อวัน)  .เฉลี่ยค่ากระแสไฟฟ้าเดือนละ.....17,625.75.บาท(ใช้มิเตอร์วัดไฟตัวเดียวกัน)
3.ปั้มน้ำสำหรับรดน้ำสนามหญ้าและต้นไม้.............ค่ากระแสไฟฟ้าเดือนละ 5,119.82.บาท
4.ไฟฟ้าแสงสว่างสโมสร  131.49 บาท
รวมค่ากระแสไฟฟ้าทั้งหมด..28,307.98.บาท

จะเห็นว่าจุดที่ใช้กระแสไฟฟ้ามากคือป้อมยาม(ไม้กระดกผ่านเข้า-ออก)และไฟฟ้าส่องสว่างถนน
มีการใช้กระแสไฟฟ้ามาก

มาตรการลดค่ากระแสไฟฟ้า

1.ปั้มน้ำที่บริเวณน้ำตกใช้ตั้งเวลาให้ทำงานเป็นช่วงๆแทนที่จะเปิดทั้งวัน(ดำเนินการแล้ว)
2.ปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณป้อมยามใช้ไฟเป็น LED และ Fluorescent แทนหลอด Spotlight
 ขนาดใหญ่ 300 W ดำเนินการเปลี่ยนเป็นหลอด LED ขนาด 50 W
แทน



3.เปลี่ยนหลอดไฟแสงจันทร์ขนาด 125 Wทั้งหมดจำนวน 71 ดวง ใช้หลอดแสงจันทร์ขนาด 125 W  เป็นหลอดประหยัดไฟขนาด 85 W แทนโดยทยอยเปลี่ยน
เฉพาะหลอดที่เสียก่อนเนื่องจากราคาหลอดประหยัดไฟ ราคาหลอดละประมาณ 650 - 750 บาท
หากเปลี่ยนได้หมด 71 หลอดในอนาคตจะสามารถลดพลังไฟฟ้าได้จากเดิม( 8,875 W + LOSS 3 %

=  9,141.25 W คำนวนค่ากระแสไฟฟ้าประมาณเดือนละ 8,000 บาท )   ถ้าหักจากการใช้กระไฟฟ้าที่ป้อมยามออก =17625.75-8,000 = 9,625.75 บาท จะเห็นว่าการใช้พลังไฟฟ้าในการเปิดปิดประตูให้รถ
ผ่านเข้า- ออก มีปริมาณมากกว่าแต่ไม่สามารถลดการใช้พลังไฟฟ้าจุดป้อมยามลงได้
 ถ้าลงทุน เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าทั้งหมดจำนวน 71 หลอดเพื่อลดพลังงานด้านแสงไฟฟ้าส่องสว่างถนน เป็นจำนวนเงินประมาณ 46,000 บาท จะคืนทุนได้ภายใน 6-8 เดือน(แต่ต้องพิจารณารายรับของนิติบุคคลฯว่าจะมีเงินพอที่จะค่อยลงทุนทีละเดือนหรือลงทุนในครั้งเดียว) จากการคำนวนคร่าวๆเราสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง แต่มีการส่องสว่าง มากขึ้นหลายเท่าตัว ทั้งนี้คงต้องให้สมาชิกร่วมออกความคิดเห็นกันละครับ





วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

บทเรียนจากการอยู่ร่วมกัน

ไปอ่านพบบทความซึ่งเขียนโดย ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม
อยากนำเสนอให้สมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ของเราอ่านดู
นุษย์เรา เวลาเป็นเพื่อนบ้านกัน อยู่ บ้านใกล้เรือนเคียง ถ้าจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กติกา และโอนอ่อนผ่อนปรนซึ่งกันและกัน รวมทั้งมีน้ำจิตน้ำใจให้แก่กันและกันด้วย การอยู่ร่วมกันกับ เพื่อนบ้าน อย่างสงบสุข จึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ถ้าจะลองดู ปัญหาใกล้ตัว ก็จะเห็นตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น ปัญหาของคนที่มีบ้านอยู่ใน หมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น ผมเคยถามเพื่อนฝูงหลายคนว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เท่าที่ประมวลดูแล้ว เข้าใจว่าปัญหามีหลากหลายชนิด แต่ที่ ติดอันดับต้นๆ คงมีอยู่สองเรื่องด้วยกัน คือเรื่อง ก่อสร้างต่อเติมออกมา จนรุกล้ำสิทธิของเพื่อนบ้านหรือพื้นที่ส่วนกลาง กับ เรื่องไม่จ่ายเงินค่าส่วนกลาง
            เท่าที่สอบถามดู พอจะประเมินคร่าวๆ ได้ว่า ในแต่ละหมู่บ้าน น่าจะมีคนที่ก่อให้เกิดปัญหาเช่นนี้โดยเฉลี่ย ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ พูดง่ายๆ ว่า ถ้ามีบ้าน 100 หลัง ก็อาจจะพบมนุษย์ผู้สร้างปัญหาให้แก่สังคมส่วนรวม ประมาณ 3-5 คน และทำให้คนส่วนใหญ่อีก 95-97 คน ต้องเสียความรู้สึก และต้องขบคิดหาวิธีการว่าทำอย่างไร จะให้คนเหล่านี้ ประพฤติปฏิบัติตน ให้ถูกต้องตามกฎหมายและกติกาสังคม
 กรณี ที่ไม่ยอมจ่ายส่วนกลางนั้น ถ้าเป็นสาเหตุมาจากฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน จนทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอ เพื่อนบ้านก็คงพอจะเข้าใจได้ และให้เวลาในการแก้ปัญหา แต่เท่าที่ผมได้ยินมานั้น ส่วนใหญ่ยังมีรายได้เพียงพอ และบางรายมีรายได้เหลือเฟือเสียด้วยซ้ำไป แต่ จะไม่จ่ายเสียอย่าง จะว่าไง เอาซีครับ รวยดีอยู่หรอก แต่พฤติกรรมน่าเหยียดหยามอย่างนี้ก็มีด้วย

สาเหตุที่การบริหารงานในหมู่บ้านล้มเหลว

สาเหตุที่การบริหารงานในหมู่บ้านล้มเหลว😈

1. สมาชิกในหมู่บ้านจำนวนมากไม่ชำระค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะให้ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ส่งผลให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขาด “งบประมาณรายรับ” หรือไม่เพียงพอต่อ “งบประมาณ-รายรับ-รายจ่าย"
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร จำเป็นต้องอาศัยทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ไปพร้อมๆ กันเพื่อขอความร่วมมือให้ผู้ซื้อที่ดินชำระค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคหรือ บริการสาธารณะให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

2. ขาดความเป็นเอกภาพความสามัคคีในการบริหารงานโดยคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร
-ปัญหา “ความไม่ลงรอย” ระหว่างการบริหารงานของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร อาจส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการบริหารงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
-นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากกว่า “กึ่งหนึ่ง” ประกาศลาออก เพื่อขอให้เปิดประชุม เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรชุดใหม่ แต่ประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการ “ไม่เห็นด้วย” กลายเป็นปัญหา (ภายใน) แสดงความไม่เป็นเอกภาพ หรือหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดความไม่โปร่งใสในการบริหารงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในสายตาของสมาชิกหมู่บ้าน

3. มีการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรบ่อยครั้ง ทำให้งานบริหารขาดความต่อเนื่อง
### สัจธรรมข้อหนึ่งของความล้มเหลวในการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร “ไม่ได้รับเงินเดือนหรือเบี้ยเลี้ยง” ทำให้เกิดความไม่เต็มใจที่จะสละเวลาส่วนบุคคลเข้ามาดูแลงานอย่างเต็มที่
สังเกต มักพบว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง เพราะการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร “ไม่เป็นองค์ประชุม” ตามข้อบังคับ
 ....💛เมื่อเรารู้ว่าสาเหตุเป็นอย่างนี้ทุกคนคงต้องมาร่วมกันอย่าให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ของเรา

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วันงานประจำปี "วันครอบครัวฮาบิเทียบางใหญ่"

            วันงานประจำปี "วันครอบครัวฮาบิเทียบางใหญ่" วันที่ 10 มกราคม 2558
พบปะสังสรรค์ร่วมรับประทานอาหาร เล่นเกมสนุกๆสำหรับลูกหลานของสมาชิกและ
โครงการส่งเสริมธุรกิจสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่เชิญชวนสมาชิกที่ทำธุรกิจ
และร้านค้าที่ต้องการแนะนำให้เพื่อนสมาชิกภายในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ของเรา  
 ร่วมกันออกบูธ(Booth) ฟรี ซื้อ-ขาย-แลกเปลี่ยน สินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆของสมาชิก
เฃิญชวนทุกท่านแต่งกายเข้างานด้วยรูปแบบ Color full  ลวดลายสีสรร สดใส

นำของขวัญมาแลกเปลี่ยนกันราคาไม่เกิน300บาท


กำหนดการดังนี้
- เวลา 06.30  น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์
เวลา 07.30 น. สมาชิกร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์บริเวณสนามหญ้า
เวลา 13.00 น. ออกบูธ(Booth) 
เวลา16.30 -  23.00 น. เริ่มงานวันครอบครัวฮาบิเทียบางใหญ่ประจำปี2558
วัตถุประสงค์
1.เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีสมาชิกภายในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
2.เพื่อให้มีการพบปะสังสรรค์และชื้อ-ขายแลกเปลี่ยนประชาสัมพันธ์ขยายธุรกิจของสมาชิก
3.เพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนภายในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
- เริ่มโครงการวันที่  10  มกราคม  2558  เวลา  13.00 น. -  23.00 น.
- สมาชิกท่านใดมีความประสงค์ออกบูธ(Booth)ฟรี

แนะนำธุรกิจ/ร้านค้า/ผลิตภัณฑ์/นำสินค้ามือหนึ่ง-มือสองมาขาย  
ส่งใบจองตั้งแต่วันที่1-15 ธันวาคม2557 ได้ที่สำนักงานนิติบุคคลฯ
โดยจะมีหมายเลขลำดับการจัดโต๊ะเก้าอี้ให้ตามหมายเลขในแผนผัง
ทั้งนี้ทางนิติบุคคลฯจะจัดโต๊ะและเก้าอี้ให้แก่ผู้ที่แจ้งความประสงค์เท่านั้น เพื่อสะดวกในจัดพื้นที่สำหรับจัดงาน
หมายเหตุ   ใบจองจะส่งให้ท่านที่บ้านทุกหลัง สามารถส่งได้ที่สำนักงานนิติบุคคลฯหรือที่ป้อมรป.  ภายใน15 ธันวาคม 2557 นี้เท่านั้น                 

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แจ้งสมาชิกระมัดระวังทรัพย์สินในบ้านของท่าน

กรณีนีเป็นอุทธาหรณ์สำหรับทุกท่านให้ระมัดระวังปิดประตูหน้าต่างทุกครั้งให้เรียบร้อย
                ตามที่ได้รับแจ้งจากสมาชิกหมู่บ้าน 2 หลังว่ามีทรัพย์สินหายเมื่อวันที่ 16 พ.ย.57นั้น
ทางนิติบุคคลได้ให้เจ้าหน้ารป.เข้าตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีทรัพย์สินอะไรสูญหาย
ตามรายงานดังนี้
        ข้อ1. บ้านทั้ง 2 หลังไม่มีร่องรอยงัดแงะประตูหน้าต่างและร่องรอยการปีนป่ายจากด้านนอกรั้ว
        ข้อ2. เจ้าของบ้านทั้ง 2 แจ้งว่าลืมปิดล็อกประตูและหน้าต่าง
        ข้อ3. ทรัพย์ที่สูญหายมีโน้ตบุ้คยี่ห้อ Acer หาย 1 เครื่องและกระเป๋าใส่เงินหายจากบ้านแรกแต่มาพบภายหลังว่าโน้ตบุ้คยี่ห้อ Acer มาซุกอยู่ในตระกร้าเสื้อผ้าในบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งบ้านหลังที่พบโน้ตบุ้คAcerนั้นปรากฎว่ามีโน้ตบุ้คยี่ห้อ Dell ของตนเองก็หายไปด้วย
        เจ้าของบ้านทั้งสองหลังได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า.. ได้รับคืนโน้ตบุ้คAcerที่หายไปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ทราบผู้ก่อเหตุและแจ้งกับพนักสอบสวนว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปและพบโน้ตบุ้คAcerดังกล่าว
        เรื่องนี้ทางคณะกรรมการนิติบุคคลเมื่อวันที่17พ.ย.57เวลา 19.00 น.ได้เชิญเจ้าของบ้านทั้ง 2 หลัง
และบริษัทรักษาความปลอดภัยเข้าร่วมหารือกรณีที่เกิดความเสียหายแก่สมาชิกของหมู่บ้านดังกล่าว
ในเรื่องการชดใช้กรณีทรัพย์สินของสมาชิกสูญหายซึ่งอาจเกิดจากโจรกรรม เจ้าของบ้านคู่กรณีได้เดินทางมาพบเพียงหลังเดียว ซึ่งผลการเจรจาระหว่างสมาชิกผู้เสียหายกับบริษัทรปภ.โดยคณะกรรมการนิติ
บุคคล เป็นผู้ประสานงานให้  ดังนี้
1.ตามสัญญาของรป.ได้ระบุว่า กรณีทรัพย์สินเช่น เงิน ทอง เพชร พระ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค (ของที่หยิบฉวยได้ง่าย)ซึ่งจะแนบศัญญารป.พร้อมการชี้แจงเรื่องความปลอดภัยจากการประชุมสมาชิกซอย8และซอย10 ส่งให้สมาชิกทุกท่านทราบต่อไป
2.ไม่มีร่องรอยการงัดแงะประตูหน้าต่างเพื่อเข้าไปโจรกรรม ถือว่าเจ้าของบ้านไม่รอบคอบที่ปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนเองตามสมควร
ฉะนั้นบริษัทรปภ.ไม่ต้องรับผิดชอบในทรัพย์สินที่สูญหายแต่อย่างใด
แต่ทางคณะกรรมการนิติบุคคลได้ไกล่เกลียเพื่อหาทางออกสรุปดังนี้
1.ให้ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าดำเนินการหาลายนิ้วมือแฝงและร่องรอยการโจรกรรม โดยทาง
บริษัทรปภ.แจ้งว่าค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์หลักฐาน หากพบว่ามีลายนิ้วมือของพนักรป. ทาง
บริษัทรปภ.ยินดีออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดพร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ด้วยแต่ถ้ากรณีที่มีลายนิ้วมือแฝงของบุคคลอื่นที่พิสูจน์ได้ว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้โจรกรรม ในการดำเนินตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคคลผู้นั้นจะต้องรับภาระออกค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์ลายนิ้วมือดังกล่าวข้างต้น
2.หากไม่พบลายนิ้วมือแฝงของบุคคลที่ต้องสงสัย(พนักงานรป.) เจ้าของบ้านต้องออกค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์หลักฐานในครั้งนี้เอง
             เจ้าของบ้านหนึ่งท่านยินยอมตามนั้นแต่เจ้าของบ้านอีกท่านหนึ่งไม่มาร่วมประชุมในครั้งนี้(17พ.ย.57)และยังไม่ยินยอมให้มีการตรวจดังกล่าว
      จึงยังหาข้อยุติไม่ได้  เพราะทั้งสองหลังเป็นผู้เสียหายต้องตรวจพิสูจน์พร้อมๆกัน คณะกรรมการจึงต้องพิจารณากันต่อไปเพราะเท่ากับว่าทางนิติบุคคลได้ออกจากสัญญาการจ้างรปภ.ที่ทำไว้ตั้งแต่แรกและเสมือนเขียนสัญญาเฉพาะกาลนี้ขึ้นใหม่เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในหมู่บ้านของเรา .......โดยได้รับความยินยอมจากบริษัทรปภ.
***คณะกรรมการนิติบุคคลมีความห่วงใยในสวัสดิภาพและทรัพย์ของสมาชิกลูกบ้านทุกคนสิ่งใดที่สามารถช่วยเหลือได้จะพยายามหาทางเต็มที่ ทั้งนี้สมาชิกต้องช่วยกันดูแลปกป้องทรัพย์สินตามสมควร ...ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนเข้านอนหรือออกไปทำงาน หากมีอะไรผิดสังเกตุในยามค่ำคืนโทรเรียกรปภ. 02-1904270 ให้มาดูแลดีกว่าอย่าเสี่ยงลงมาดูเองเลย จะไม่ปลอดภัยต่อคนในครอบครัวของท่าน..........

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เอกสารแจ้งสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทีย บางใหญ่

วันที่ 15 ธันวาคม 2557
เรื่อง  แจ้งการประชุมเฉพาะสมาชิกที่อยู่ในซอย8และซอย10 ในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย
เรียน สมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ทุกท่าน
ผู้เข้าร่วมประชุม 
สมาชิกซอย 8  คุณเมธิกา ศรีสลับ (63/80),คุณสันติ ใบยูซุบ (63/82),คุณกานต์/คุณรัตน์กร  วนเวสารัช (63/110),คุณสุเจตน์ ภุชงค์ (63/112),คุณประสิทธิ์ ตัวแทน คุณวิศนุรักษ์  เวชสถล (63/113)
สมาชิกซอย 10  คุณกนกวรรณ  รักษาทรัพย์ (63/114) ,คุณชัยฤทธ์ อารียาภรณ์ (63/115) ,คุณสำเนียง  ศิริกุล (63/116) ,              คุณกรวรรณ จันดีปุ่น (63/117),คุณกายสิทธิ์ ญาณประสิทธิ์เวทย์(63/144) ,คุณณัฐิยา  ศรีเบญจกุล (63/145)
คณะกรรมการนิติบุคคลฯ นาวาอากาศเอกอดิสร  บุญขจาย ,คุณสานิต  ปลื้มชูศักดิ์,คุณกฤษณะ  วิเศษกุล,คุณสุริยา ศรีวรลักขณา,คุณศุภมิตร ภุมมาลี,คุณธีรพัฒน์  แสวงกิจ ,คุณสหัสนัยน์  พงษ์สุพัฒน์ ,คุณธรรมนูญ  เอี่ยมฉวี       
                                     
                ตามที่ นิติบุคคลฯได้รับแจ้งจากสมาชิกแปลง 63/80 ซอย 8  เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2557 เวลาประมาณ 8.30 น. พบว่ามีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คซึ่งไม่ทราบว่าของใครมาอยู่ในตะกร้าซักผ้าในบ้านของตนเอง   นิติบุคคลฯจึงแจ้งบริษัทฯ รปภ.  ให้เข้ามาตรวจสอบ  เพื่อหาร่องรอยการโจรกรรม  แต่ไม่พบรอยงัดแงะประตู ,หน้าต่างแต่อย่างใด  สมาชิกแปลง 63/80 จึงมอบคอมพิวเตอร์ฯให้ทางบริษัทฯ รปภ.เพื่อตรวจสอบว่าเป็นของใคร เนื่องจากล็อค password เปิดเครื่องไม่ได้ ต่อมาเมื่อทางบริษัทฯ รปภ.เปิดเครื่องได้ จึงทราบว่าเป็นของสมาชิกแปลง 63/145 ซอย10
               ในเวลาประมาณ 18.00 น.แปลง 63/145 โทรศัพท์เข้ามาที่ สนง.นิติบุคคลฯ แจ้งว่ามีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและกระเป๋าสตางค์หาย โดยตนเองไม่ได้ปิดล็อคประตูบ้านตอนนอนหลับพักผ่อน และขอดูกล้องวงจรปิด    
              คณะกรรมการฯจึงนัดสมาชิกแปลง 63/80,สมาชิกแปลง 63/145และบริษัท รปภ.ให้มาพบกันที่สนง.นิติบุคคลฯ สมาชิกแปลง 63/80 จึงได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์คืนแก่สมาชิกแปลง 63/145 เรียบร้อยแล้ว ดังปรากฏในเอกสารตามแนบ(เอกสารใบแจ้งความตามแนบ) และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและเก็บรอยนิ้วมือแฝงไปแล้วทั้งสองหลัง
ในวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2557 เวลาประมาณ 8.00 น.นิติบุคคลฯได้รับแจ้งจากสมาชิกแปลง 63/80 ว่ามีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของตนเองหายไป และได้ไปลงบันทึกประจำวันเพิ่ม (เอกสารใบแจ้งความตามแนบ)
ในวันที่ 13 ธันวาคม 2557 เวลา 19.00 น. คณะกรรมการฯได้เชิญสมาชิกหมู่บ้านที่อยู่ในซอย 8 และซอย 10 ทั้งหมดมาร่วมประชุมเพื่อพูดคุยชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในหมู่บ้าน ซึ่งในที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1.สมาชิกแปลง 63/113  เสนอให้ติดเหล็กแหลมบริเวณรั้วสีขาวโดยรอบโครงการ 
 คณะกรรมการฯได้เรียนว่าถ้าสมาชิกที่มีบริเวณรั้วบ้านเกี่ยวข้องยินยอมก็สามารถทำได้ เนื่องจากรั้วดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของสมาชิก   แต่ละแปลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะมาจากค่าส่วนกลางของลูกบ้าน

2.สมาชิกแปลง 63/145 สอบถามว่ามีการหมุนเวียนพนักงาน รปภ.และพนักงานดูแลสวนหรือไม่ และมีความเห็นว่าอยากให้มีการหมุนเวียน  
คณะกรรมการฯเรียนแจ้งว่าโดยปกติมีการหมุนเวียนพนักงานอยู่แล้ว แต่การหมุนเวียนพนักงานใหม่เข้ามาก็อาจทำให้พนักงาน รปภ.และพนักงานดูแลสวนต้องมาเริ่มทำความคุ้นเคยกับลูกบ้านใหม่ ซึ่งอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
3.สมาชิกแปลง 63/145 เสนอให้นิติบุคคลฯดำเนินการแจ้งกับสมาชิกให้ทราบทันที ในกรณีที่เกิดเหตุเกี่ยวกับความปลอดภัย
คณะกรรมการฯ จะเรียนแจ้งให้สมาชิกหมู่บ้านทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยโดยเร็วที่สุดในเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดจะแจ้งในลำดับต่อมาเมื่อทราบข้อเท็จจริง
4. สมาชิกแปลง 63/110 เสนอให้สมาชิกทุกท่านช่วยเปิดไฟส่องสว่างภายในรั้วบ้าน อย่างน้อยแปลงละ 1 ดวง เพื่อช่วยเรื่องความปลอดภัย และช่วยให้การตรวจตราของ รปภ. มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คณะกรรมการฯ เห็นด้วยที่สมาชิกจะร่วมมือกันทุกๆบ้านเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง
5.สมาชิกแปลง 63/144 เสนอให้งดการจัดงานประจำปี “งานวันครอบครัวฮาบิเทีย บางใหญ่” ที่จัดเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม  เพื่อให้นำเงินส่วนที่ใช้ในการจัดงานมาเพิ่มมาตรการเรื่องความปลอดภัย
คณะกรรมการฯเรียนว่า การจัดงานเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในหมู่บ้าน เป็นการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน เพราะเราไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียว จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยอย่างมาก แต่หากสมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นว่าไม่ควรจัดงานคณะกรรมการฯก็ยินดีปฏิบัติตามมติส่วนใหญ่นั้น โดยจะทำเป็นแบบสอบถามต่อไป
6.คณะกรรมการฯได้แจ้งในที่ประชุมว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน คณะกรรมการฯจึงได้อนุมัติงบฉุกเฉินสำรองเพื่อเตรียมไว้สำหรับการซ่อมแซมฟุตบาททางเท้าทั้งหมู่บ้านและงบซ่อมแซมสาธารณูปโภคอื่นๆในครั้งต่อไป  นำมาติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมก่อน อีก 18 จุด สำหรับส่องเข้าในซอยทุกซอย
(ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับโครงการติดตั้งกล้อง กล่าวคือ โครงการแรกติดตั้งกล้องวงจรปิดเรียบร้อย จำนวน 25 จุด ครอบคลุมพื้นที่ถนนเมนทั่วหมู่บ้าน โครงการที่ 2 การติดตั้งกล้องส่องเข้าในซอยทุกซอย  คณะกรรมการฯได้เคยขอสนับสนุนจากสมาชิก แต่สมาชิกบางส่วนไม่เห็นด้วย จึงชะลอโครงการไว้ก่อนเพื่อรองบประมาณที่เหลือจากการบริหารงานในครั้งต่อไป  เนื่องจากคณะกรรมการฯ ต้องบริหารงบประมาณให้เหมาะสมและพร้อมกับต้องสำรองงบกรณีฉุกเฉินไว้ด้วย )
                    ทั้งนี้คณะกรรมการฯขอเรียนแจ้งสมาชิกทุกท่านให้เพิ่มความระมัดระวังบ้านเรือนของท่านด้วยตนเองเป็นลำดับแรก เช่น การปิดล็อคประตูหน้าต่างบ้านของตนเอง  ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่  16 พฤศจิกายน 2557  นั้นทางเจ้าของบ้านทั้งสองหลัง  แจ้งว่าไม่ได้ทำการปิดล็อคบ้านของตัวเอง ทำให้ผู้บุกรุกสามารถเข้าไปในบ้านได้โดยง่าย  เรื่องการเข้าในหมู่บ้านของบุคคลภายนอกต้องมีจุดมุ่งหมาย ถ้าเป็นตำรวจต้องมีการแสดงตัวและมีจุดมุ่งหมายหรือมีหมายจับ หากไม่ได้แสดงตนหรือมีลักษณะให้เชื่อว่าเป็นตำรวจหรือไม่มีหลักฐานใดๆแสดง ทางนิติบุคคลฯก็จะไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในหมู่บ้าน (ที่ผ่านมา มีบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ไม่แต่งเครื่องแบบและไม่แสดงบัตร)

 คณะกรรมการฯยินดีรับฟังคำแนะนำจากลูกบ้านทุกท่านเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความสุขในหมู่บ้านของเรา