วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ผูัจัดการนิติบุคคลฯคนใหม่

 


                                        คุณพัชรพิมล  ไคยฤทธิ์  (ครูเงาะ)

                                  อดีตครูโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม อายุ 66 ปี

                          ผู้จัดการสำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฮาบิเทียบางใหญ่

                  สมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานนิติบุคคล 

                      โทร.02-190-4422 และ 090-915-7528 ในเวลา 9.00-17.00 น. 

                                 วันอาทิตย์-จันทร์ หยุดวันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์  

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566

ด่วน !!!รับสมัครผู้จัดการหมู่บ้าน

 ประกาศนิติบุคคลหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่

วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566

รับสมัครผู้จัดการหมู่บ้านฮาบิเทีย บางใหญ่ เงินเดือนขั้นแรก....

ทดลองงาน 3 เดือนแรก 18,000 บาท หลังทดลองงานขึ้นเป็น 20,000 บาท

คุณสมบัติตามข้อกําหนดที่แนบมา 

**ถ้าเป็นบุคคลในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ก็จะสะดวกในการปฏิบัติงาน**

- มีวัยวุฒิที่เหมาะสมต้องการหางานอิสระทํา และต้องการช่วยเหลือหมู่บ้านไปด้วยกัน อยากให้มาร่วมงานร่วมด้วยช่วยกันกับเรานะคะ

ติดต่อ 090 915 7528

From= Thipwan Spicer (Habitia BangYai NO Flood)
หน้าที่ผู้จัดการฯ 
 
👉1.ติดต่อประสานงาน การไฟฟ้า การประปา กรมสรรพากร หรืออื่นๆที่ได้รับมอบหมายทั้งภายในหมู่บ้านและภายนอก
2.รับผิดชอบการติดต่อทุกช่องทาง โทรศัพท์ Line หรืออื่นๆ 3.ตรวจสอบ แจ้งหนี้ ออกใบเสร็จ ติดตามหนี้ 4.คํานวณดอกเบี้ยและสรุปรายรับ รายจ่าย ต่อเดือน 5.รับแจ้งเรื่องร้องเรียนต่างๆ จากลูกบ้าน
6.หน้าที่ตรวจตรา รักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้านและควบคุมดูแลให้คู่สัญญาที่คณะกรรมการนิติบุคคลฯได้ว่าจ้างให้ปฏิบัติตามสัญญาข้อบังคับ ระเบียบ และ รายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการนิติบุคคลฯทราบในการประชุมทุกครั้ง
7.ตรวจสอบความเรียบร้อยของหมู่บ้าน
8.จัดทําเอกสารเชิญประชุม เล่มประชุมคณะกรรมการ
9.จัดทํารายงานการประชุมคณะกรรมการ
10.จัดทําใบสําคัญจ่าย PV ประจําเดือน
11.แก้ไขปัญหาฉุกเฉิน(หากมี)
12.จัดทําเอกสาร รายงาน ตามที่ได้รับมอบหมาย
13.ส่งเสริมดูแลให้สมาชิกหมู่บ้านปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ
14.คุ้มครองดูแลทรัพย์สินอันเป็นสาธารณะประโยชน์ (ทรัพย์ส่วนกลาง) ของหมู่บ้านฯ
15.ป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยและภยันตราย
รวมทั้งความสะอาดของหมู่บ้านฯ
16.ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและความสามัคคีในมวลสมาชิก
17.รับผิดชอบงานธุรการ เอกสารภายในและเอกสารภายนอก ยกเว้นด้านบัญชี
18.จัดการเกี่ยวกับการประชุมและจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลฯ และการประชุมใหญ่
19.รายงานตัว เวลาเข้า-ออก ในวันทํางาน
 20.ติดต่อกรมบังคับคดีเพื่อดําเนินการหรือส่งเอกสารต่างๆ ตามที่ได้รับแจ้งทางจดหมายจากกรมบังคับคดี
21.ติดตามค่าส่วนกลางของลูกบ้านที่ค้างจ่าย 3 เดือนขึ้นไป และหากค้างจ่ายตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
ผจก.มีหน้าที่ต้องส่งจดหมายแจ้งเตือนเพื่อทวงถามการชําระค่าส่วนกลางก่อนที่จะดําเนินการอายัดที่ดินในรูปแบบของจดหมายตอบรับ
22. ดำเนินการอายัดที่ดินหากลูกบ้านค้างจ่ายตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และปลดอายัดที่ดินหากลูกบ้านได้มีการชําระค่าส่วนกลางมาภายหลังจากที่ดําเนินการอายัดที่ดินไปแล้วกับทางกรมที่ดิน
23.ประชาสัมพันธ์หรือแจ้งข่าวสารต่างๆภายในหมู่บ้านให้ลูกบ้านรับทราบโดยทั่วกัน
24.รวบรวมรายรับราย-รายจ่ายแต่ละเดือน และจัดทํางบกระแสภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน
25.รับผิดชอบงานอื่นใดตามที่ประธานกรรมการนิติบุคคล
/หรือคณะกรรมการนิติบุคคลฯ มอบหมาย (เป็นงานของหมู่บ้านจัดสรรฯ)👥




วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566

ตักบาตรทำบุญวันขึ้นปีใหม่2566

 คณะกรรมการนิติบุคคลจัดให้ลูกบ้านร่วมกันตักบาตร ทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2566 นอกจากช่วงเช้าทำบุญตักบาตรแล้วช่วงเย็นจัดงาน"วันครอบครัวชาวฮาบิเทียบางใหญ่"เราจะรวมวันเด็กเข้าด้วยกัน เพื่อให้การจัดงานวันครอบครัวมีความสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งปกติจะจัดขึ้นทุกๆปีจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับหมู่บ้านของเรา  ในปีที่เกิดการระบาดของโรค  Covid-19 เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านจึงยกเว้นการจัดงาน  มา 2 ปีแล้ว  

           ปี 2566 นี้ สถานการณ์โรคระบาดผ่อนคลาย คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่จึงได้จัดงานขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 เวลา 07.00 น.


ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง  นิมนตร์พระจากวัดอ่วมอ่องประชานฤมิตร  ไทรน้อย จำนวน 9 รูป
มีสมาชิกในหมู่บ้านมาร่วมทำบุญตักบาตรกันเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นศิริมงคลกับครอบครัวส่งผลให้หมู่บ้านของเรา อยู่เย็นเป็นสุข รักและสามัคคีนับตั้งแต่เปิดหมู่บ้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา สมกับคำขวัญของหมู่บ้าน

  "สะอาด สงบ มีความสุข ที่ฮาบิเทียบางใหญ่"


 ช่วง 18.00 น. ร่วมพบปะสังสรรค์ รับประทานอาหาร


ร่วมกันฟังดนตรีเพลินๆ



พูดคุยระหว่างเพื่อนบ้านกันอย่างฉันท์มิตร  เด็กๆที่มาร่วมงานมีการจับฉลากของขวัญวันเด็ก  เด็กสนุกสนานกันมาก อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์มี ขนมหวาน ไอสครีม


วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

ต่อไปคือการบำรุงรักษา

การดำเนินงานของคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฮาบิเทียบางใหญ่ ผ่านมาแล้ว 3ปี และเป็นวาระที่ 2 ปีแรก ในช่วงปีแรกๆงบประมาณที่ใช้จะเป็นการพัฒนา สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยเช่นติดตั้งกล้องวงจรปิดเป็นส่วนใหญ่ ส่วนงานก่อสร้างสำนักงานนิติฯ ทางแสนสิริได้จัดให้โดยไม่ได้งบประมาณของหมู่บ้าน
          การปรับปรุงศาลพระภูมิประจำหมู่บ้านที่พื้นทรุด แสนสิริก็ให้ความอนุเคราะห์ทำให้เรา มีบางส่วนที่เราต้องดำเนินการเล็กน้อยเช่นติดตั้งโคมไฟตามคำแนะนำของอาจารย์หมอที่ทำพิธีเป็นต้น
           ในปีที่ผ่านไปคณะกรรมการบริหารงานเพื่อ ความเป็นอยู่ของสมาชิก ให้ มีความสุข สงบ ปลอดภัย  และรักษาสภาพแวดล้อมให้สอาด สวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่  และเพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิก
จึงได้ติดต่อเทศบาลตำบลเสาธงหิน ขออนุเคราะห์เครื่องออกกำลังกายมาให้เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายของสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
            งบประมาณในปีนี้จะใช้จ่ายไปด้านบำรุงรักษา ซ่อมแซม  เช่นสโมสรสระว่ายน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง
ระบบความปลอดภัยทั้งหมด  สวน สนามหญ้า   เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้การบริหารงบประมาณของคณะกกรมการมีความเสถียรทางบัญชี มากขึ้นโดยไม่ต้องกลัวขาดดุล เพราะเราจัดเก็บค่าส่วนกลางให้พอดี
สำหรับค่าใช้จ่ายประจำเดือน + ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา  โดยไม่เก็บสะสมเหมือนที่นิติบุคคลอื่นๆทำกัน
ทำให้ในหมู่บ้านที่อยู่ในย่านนี้ หมู่บ้านเราค่าส่วนกลางถูกกว่าที่อื่นๆ
       

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เตือนก.ม.ใหม่จัดหนักค้างค่าส่วนกลาง

เตือนก.ม.ใหม่จัดหนักค้างค่าส่วนกลาง

เตือนก.ม.ใหม่จัดหนักค้างค่าส่วนกลาง เพิ่มอำนาจนิติบุคคลอายัดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

 
                    ที่ผ่านมาโครงการบ้านจัดสรรจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาเรื่องการจัดเก็บค่าส่วนกลาง เนื่องจากผู้อยู่อาศัยอ้างเรื่องความไม่พึงพอใจในบริการ และไม่ได้อยู่อาศัยในโครงการ หรือแม้แต่การจงใจไม่จ่าย แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม ส่งผลต่อการบริหารสินทรัพย์ภายในโครงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากงบประมาณไม่เพียงพอต่อการบำรุงซ่อมแซมสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ จะส่งผลต่อความเสื่อมโทรมของโครงการด้วย
 
                    นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เรียลตี้แมเนจเม้นท์ จำกัด (IRM) และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะค่อยๆ ลดลงเพราะภาครัฐได้ประกาศใช้กฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขใหม่ ซึ่งได้มีการกำหนดหลักการและวิธีการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (อายัด) ในกรณีที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ส่งผลให้เจ้าของบ้านไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ กับบ้านของตนเองได้ ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขนี้ ได้เปิดโอกาสให้นิติบุคคลบ้านจัดสรรและผู้ประกอบการสามารถแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (อายัด) ในที่ดินจัดสรรแปลงที่ค้างชำระค่าส่วนกลางได้แต่ตั้ง 6 เดือนขึ้นไป
 
                    ทั้งนี้ ในกรณีที่นิติบุคคลบ้านจัดสรรจะดำเนินการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม กับที่ดินแปลงที่มีปัญหาเรื่องค่าส่วนกลาง จะต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้างชำระทราบก่อน โดยต้องบอกล่วงหน้าให้ชำระไม่น้อยกว่า 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ และต้องส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนแบบตอบรับเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินสั่งระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (อายัด) หลังจากนั้นทางที่ดินจะมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของที่ดินได้รับทราบเรื่องการถูกระงับดังกล่าวหากเจ้าของที่ดินตระหนักถึงการถูกระงับและดำเนินการชำระค่าส่วนกลางแล้ว
 
                    นิติบุคคลบ้านจัดสรรหรือผู้ประกอบการ จะต้องทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อให้ยกเลิกการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมภายใน 7 วัน นับจากวันที่เจ้าของที่ดินชำระค่าส่วนกลาง
 
                    นอกจากนี้ แล้วกฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขใหม่นี้ ยังระบุถึงกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินให้สามารถจัดเก็บค่าบริการส่วนกลาง แต่ยังไม่ได้จัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร ซึ่งส่วนใหญ่ได้จัดเก็บล่วงหน้าจากผู้ซื้อไปแล้ว และหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่จะเก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้า 2 ปี เมื่อครบกำหนด 2 ปีแล้วผู้จัดสรรที่ดินสามารถแจ้งการจัดเก็บรอบใหม่ได้อีกครั้ง หากผู้ซื้อที่ดินจัดสรรยังไม่ชำระและค้างชำระตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ผู้ประกอบการสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินระงับการจัดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้เช่นกัน
 
                    "สำหรับผู้ที่ค้างชำระนอกจากจะต้องถูกอายัดในเรื่องการจดทะเบียนและนิติกรรมต่างๆ แล้ว จะต้องเสียค่าปรับ 10% ของจำนวนยอดเงินที่ค้างชำระ รวมทั้งอาจไม่ได้รับความสะดวกในบริการต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เช่น คีย์การ์ดไม่เข้า-ออกหมู่บ้านไม่สามารถใช้งานได้ ต้องแลกบัตรเข้าโครงการเหมือนผู้ที่มาติดต่อ ซึ่งจะเป็นการสร้างความยุ่งยากในอยู่อาศัย ที่สำคัญจะส่งผลเสียต่อมูลค่าโครงการจะลดลง ดังนั้น นิติบุคคลบ้านจัดสรรและผู้จัดสรรจะต้องมีการประชาสัมพันธ์เรื่องบริการต่างๆ และมีการปรับปรุงการทำงาน เช่น เรื่องความสะอาดและปลอดภัยในโครงการ เพื่อป้องกันมิให้ผู้อยู่อาศัยนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการจ่ายค่าส่วนกลาง นอกจากนี้แล้ว นักบริหารมืออาชีพจะต้องทำหน้าที่ต่างๆ ในการสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ” นายธนันทร์เอกกล่าว
 
                    ขณะที่หลังจากกฎหมายจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขใหม่มีผลประกาศบังคับใช้ สาระสำคัญจะมีผลต่อผู้ประกอบการจัดสรรหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ระบุไว้ในการขออนุญาตจัดสรรว่าจะต้องกำหนดการเก็บค่าส่วนกลางในจำนวนที่สอดคล้องกับระยะเวลาในการก่อสร้างโครงการ เนื่องจากในระหว่างการก่อสร้าง 2-3 ปีผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงานรักษาความปลอดภัย ฯลฯ อย่างไรก็ตาม จะจัดเก็บค่าส่วนกลางมากหรือน้อยเกินไปจะมีผลต่อการดำเนินงานทั้งสิ้น เพราะหากกำหนดการจัดเก็บค่าส่วนกลางน้อยและไม่เพียงพอค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด และหากกำหนดค่าส่วนกลางสูงเกินไปก็จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
 
                    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งบริการสาธารณะในโครงการจัดสรร ซึ่งกฎหมายใหม่ระบุจะต้องแจ้งให้หน่วยงานภาครัฐเข้าไปตรวจสอบ เพื่อมีใบรับรองว่ามีความสมบูรณ์และสามารถใช้งานได้ เพราะหากไม่มีการซ่อมแซมและดูแลอย่างสม่ำเสมอ จะไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐ และอาจส่งผลต่อการจดทะเบียนนิติบุคคลบ้านจัดสรร เนื่องจากสาธารณูปโภคเหล่านี้จะตกเป็นของนิติบุคคลตามกฎหมาย ดังนั้น จากนี้ไปผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางอยู่ตลอดเวลา
 
                    นายธนันทร์เอกกล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายจัดสรรฉบับแก้ไขใหม่ยังได้ระบุการจดทะเบียนนิติบุคคลไว้ 3 เรื่องคือ 1.ที่ประชุมต้องมีมติให้จัดตั้งนิติบุคคล 2.ต้องมีการรับรองข้อบังคับ 3.ต้องแต่งตั้งตัวแทนเพื่อดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้จะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของที่จำนวนบ้านทั้งหมดในโครงการ ส่วนเรื่องการแต่งตั้งตัวแทนในการจดทะเบียนนิติบุคคลนั้น กฎหมายระบุว่าจะต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดประชุมใหญ่อีกครั้ง เพื่อเลือกตั้งกรรมการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับจากเป็นนิติบุคคลแล้วเสร็จ
 

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

จอดรถกีดขวางทางมีสิทธิติดคุก

จอดรถกีดขวางทางคนอื่น  มีสิทธิติดคุก

การจอดรถขวางประตูบ้านของผู้อื่น หรือแม้แต่การจอดขวางทางคนอื่นในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า  ซึ่งถือว่า เป็นที่สาธารณะสถาน ถือว่า เป็นการกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ เพราะไม่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากบ้าน  หรือออกจากลานจอดไม่ได้

 ข้ออ้างว่าถนนหน้าบ้านเป็นที่สาธารณะ หรือ เจ้าของบ้านไม่ควรใช้รถเมื่อเขาจอดรถบนถนนหน้าบ้าน ใช้อ้างไม่ได้และไร้สาระ เนื่องจากเจ้าของรถใช้สิทธิไปก่อความเดือดร้อนของผู้อื่นทั้งที่รู้แก่ใจถึงความเสียหายนั้นเยี่ยงวิญญูชนพึงรู้กัน จึงถือว่า กระทำความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญใจตามมาตรา 397 หมวดลหุโทษ

ทั้งนี้ เมื่อเป็นความผิดกฎหมายอาญาแล้ว ตำรวจจะปัดไม่รับแจ้งความร้องทุกข์ไม่ได้ ถ้าปฏิเสธ อาจมีโทษฐานละเว้นหน้าที่โดยทุจริต เพราะความผิดฐานนี้ไม่จำเป็นต้องมีความเสียหายเกิดขึ้น แค่เกิดพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญใจ ก็เป็นความผิดอาญาฐานนี้แล้ว



คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1908/2518

นายปรีชา ธนศิลป์             โจทก์
ร้อยตำรวจโทสุทธี กันตะเพ็ง ที่ 1 นางสุนีย์ กันตะเพ็ง ที่ 2             จำเลย

ป.อ. มาตรา 1(3), 310, 397

           จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญแม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397



           โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดขวางถนนซอยเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปจากซอยได้ เป็นการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภายในร่างกาย และเป็นการรังแกข่มเหงและก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 397 และ 83
           ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง มีคำสั่งประทับฟ้อง
          จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
          ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
          โจทก์อุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ให้จำคุกจำเลยคนละ 15 วัน และปรับคนละ 500 บาท โทษจำคุกให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
          โจทก์และจำเลยฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุนั้น โจทก์ไม่ได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายแต่อย่างใด โจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยนั้นได้ จำเลยเพียงแต่ขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ดังโจทก์ฎีกา
          ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยไม่ทราบว่าโจทก์จะถอยรถออกไปจำเลยมิได้มีเจตนาจะปิดกั้นไม่ให้โจทก์เอารถออก ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ยอมถอยรถให้โจทก์ออกเป็นการรังแกข่มเหงโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะเป็นซอยในที่ดินของนางสวรรค์ สุวรรณเนตร ซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้านอยู่อาศัย แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในที่ดินในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397
           พิพากษายืน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรา ๓๙๗  #ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการ กระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำ นัลหรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปใน ทางที่จะล่วงเกินทางเพศต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการ กระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชานายจ้างหรือผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อนาคตของหมู่บ้านจัดสรรที่เก็บค่าส่วนกลางไม่พอบริหารงาน

กรณีศึกษา

เรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เราต้องเสียในอนาคตอันใกล้นี้ ดูท่าทีรัฐบาลคงต้องเก็บแน่ๆ  ซึ่งจะซ้ำซ้อนกับค่าส่วนกลางที่นิติฯเก็บอยู่อาจส่งผลต่อการจ่ายค่าส่วนกลางลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงวดสุดท้ายมีสมาชิกยังไม่จ่ายอีกเป็นจำนวนมาก   (ข้อมูลวันที่1มีค.58งวดแรกคงค้างจ่าย14ราย)เริ่มส่งสัญญาณบางอย่างให้คณะกรรมการต้องกลับมาคิดหาทางแก้ไข    ทางเลือกของเราคืออะไร(ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)โดยจะเรียงลำดับความสำคัญ
1.ลดค่าใช้จ่ายลง  เช่นลดการใช้ไฟฟ้าถนน โดยเปิดดวงเว้นดวง   ปิดสโมสร สระว่ายนำ้ เพื่อลดค่ากระแสไฟฟ้าจากปั้มนำ้ที่ทำงานตลอดเวลา  และการบำรุงรักษาเดือนละ 12,500 บาท ลดรป.เหลือคนเดียว กวาดถนนอาทิตย์ละครั้งโดยจ้างครั้งคราว  ตัดหญ้าเดือนละครั้งเป็นต้น
2.ลดค่าส่วนกลางลงให้สัมพันธ์กับภาษีที่ต้องจ่ายและงบประมาณที่มีในการบริหารงาน
3.เลิกนิติฯส่งมอบให้อบต.ซึ่งเราจ่ายภาษีให้เขาไปแล้วบริหารหมู่บ้านแทนนิติฯ
....เพื่อเตรียมรับสภาพที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต......

แผนปฏิบัติเพื่อรองรับวิกฤตทางการเงิน

แผนที่ 1 ลดค่าใช้จ่ายหลัก 
รายจ่ายหลัก (ข้อมูลเฉลี่ยเดือน พย.57)
1. ปกติค่ากระแสไฟฟ้าแยกเป็น
1.1 แสงสว่าง 20,507.05 บาท
1.2 สโมสร (สระน้ำ) 6,883.67 บาท
1.3 โรงสูบน้ำ(รดน้ำสนามหญ้า,ต้นไม้) 5,018.13 บาท
                                    รวม 32,408.85 บาท/เดือน 
วิธีการลดค่าใช้จ่ายระยะที่1     เปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดแสงจันทร์ขนาด 150 Watt
มาเป็นหลอดประหยัดไฟขนาด 70 Watt แทนซึ่งจะให้แสงสว่างเทียบเท่าหลอดแสงจันทร์ จำนวน........หลอดซึ่งสามารถลดกำลังไฟฟ้าลงได้
ลงทุนราคาหลอดประหยัดไฟ 700 บาทจำนวนหลอดที่เปลี่ยน....หลอดเป็นเงิน.........บาทซึ่งจะคืนทุน
ภายใน.....เดือน

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

นิติบุคคลไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้


            เรื่องการฟ้องศาลเพื่อเรียกให้สมาชิกที่ไม่ชำระค่าส่วนกลาง คณะกรรมการไม่อยากจะฟ้องเลย อย่างไรก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน
 แต่นิติบุคคลฯทำไป เพื่อความยุติธรรม จึงไม่สามารถละเว้นได้
        เนื่องจากยังมีสมาชิกที่มีความรับผิดชอบชำระค่าส่วนกลาง อย่างสม่ำเสมอตลอดมา ทำให้การบริหารงานหมู่บ้านเป็นไปด้วยความเรียบร้อย **รายที่นิติบุคคลฯฟ้องไม่ได้ชำระค่าส่วนกลางมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 ซึ่ง ทางนิติบุคคลฯได้ดำเนินการทวงถามตลอดมา เจ้าของบ้านบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่ได้อยู่อาศัยเลยทำไมต้องเสียค่าส่วนกลางด้วย  ขอชี้แจงดังนี้ บ้านที่ทางธนาคารยึดไปขายทอดตลาดหลายหลังในหมู่บ้านของเรา ธนาคารยังต้องรับผิดชอบชำระค่าส่วนกลางให้กับนิติบุคคลฯ เพราะธนาคารทราบว่าเมื่อจะทำการซื้อ-ขาย หากต้องชำระหนี้ปุริมสิทธิ
      ซึ่งเป็นของนิติบุคคลฯต้องชำระให้เรียบร้อยเสียก่อน สำหรับบ้านที่หนี้นิติบุคคลฯติดค้างอยู่ มิฉะนั้นจะมีปัญหาเรื่องการทำธุรกรรม ซื้อ-ขาย-โอนกรรมสิทธ์ไม่ได้  ท่านจะอยู่หรือไม่อยู่เมื่อท่านซื้อบ้านแล้ว
ภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของหมู่บ้าน ซึ่งมติจากการประชุมใหญ่ของสมาชิกหมู่บ้าน
       สรุปดังนี้ เรื่องอยู่ในศาลจำนวน 1 แปลง และอีก 5 แปลงกำลังยื่นให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี
หากเลยกำหนดเวลาจะยื่นฟ้องศาล

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประชุมใหญ่ประจำปี 2558

เมื่อปีที่แล้วสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
ประชุมใหญ่ประจำปีกันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2557  ปีนี้ครบรอบประชุมใหญ่มาถึงอีกแล้ว
คณะกรรมการนิติฯประชุมตกลงกันว่าปีนี้จะจัดประชุมวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2558 เวลา10.00 น.
- ความจริงไม่อยากรบกวนสมาชิกในวันหยุดพักผ่อน แต่กฎหมายและข้อบังคับกำหนดให้ประชุมสามัญ
สมาชิกหมู่บ้านอย่างน้อยปีละครั้ง และต้องจัดส่งรายงานต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกครั้ง
การประชุมก็เพื่อให้สมาชิกช่วยกัน
- ตรวจสอบรับรอง  งบดุลบัญชี รายรับ-รายจ่ายของนิติบุคคลฯ
- รับทราบการบริหารและการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ
- ร่วมแสดงความคิดเห็นต่างๆเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขข้อปัญหาต่างๆ
ในหมู่บ้านของเรา ซึ่งไม่อยากให้คณะกรรมการทำงานอยู่ด้านเดียว สมาชิกช่วยกันมองหลายๆมิติ
คณะกรรมการขอน้อมรับมาดำเนินการให้สมกับความไว้วางใจที่สมาชิกเลือกให้เข้ามาบริหารงาน
- ในการประชุมแต่ละครั้งมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้
                1.สมาชิกต้องครบองค์ประชุมตามข้อบังคับข้อที่ 34 คือสมาชิกต้องมาประชุม ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนเสียง  ซึ่งเรามีทั้งหมด 216 เสียง ต้องมาไม่น้อยกว่า  72 เสียง จึงครบองค์ประชุม
                2.ค่าใช้จ่ายในการประชุม เช่นค่าเช่าเต็นท์,ค่าอาหารว่างแจกผู้เข้าร่วมประชุม,ค่าเอกสาร,ค่าแรงงาน,ค่าเช่าพัดลม,ฯลฯ   เป็นเงินหลายหมื่นบาท เงินเหล่านี้ก็มาจากสมาชิกทุกๆท่านหากสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมตามระเบียบข้อบังคับ ก็ต้องจัดประชุมใหม่
ซึ่งสมาชิกคงไม่อยากให้หมู่บ้านเราเสียเงินของทุกๆคนไปโดยไม่ได้อะไร  เหตุที่กล่าวมานี้ขอให้ทุกๆท่านเสียสละเวลามาร่วมประชุมกันมากๆนะครับ .........
           




วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เล่าเรื่องที่กรรมการประชุมกัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2558  (เล่าให้ฟังเฉยๆสักเรื่องสองเรื่องเพราะมีหลายเรื่อง)
คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ประชุม
โดยมีวาระสำคัญคือจัดประชุมใหญ่ประจำปี 2558 ซึ่งจะจัดประมาณเดือน มิถุนายนของทุกๆปี
ตามข้อบังคับของกฎหมาย   ซึ่งปีนี้คาดว่าจะจัดประชุมใหญ่ประมาณวันที่ 28 มิถุนายน 2558
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่สมาชิกแจ้งให้นิติบุคคลฯช่วยดำเนินการเช่น
     - เรื่อง สมาชิกบางท่านเลี้ยงสัตว์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน
ทางนิติฯส่งเรื่องให้ทางปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยกฎระเบียบของบ้านเมือง
มาช่วยดูแล เพราะเป็นเรื่องการอยู่ร่วมกันและละเมิดสิทธิผู้อื่น
-เรื่องการบำรุงรักษา-ซ่อมแซมเครื่องออกกำลังกายของเทศบาลที่ติดตั้งในหมู่บ้าน
ส่งเรื่องให้เทศบาลตำบลเสาธงหินดำเนินการ
ซึ่งเรื่องบางเรื่องทางนิติฯไม่สามารถดำเนินการได้เอง  บางเรื่องที่นิติฯสามารถดำเนินการได้เอง
คณะกรรมการจะรีบดำเนินการให้ทันที เช่น จัดหาอุปกรณ์เพื่อซ่อมบำรุงรักษาไฟฟ้าและตัดต้นไม้
โดยไม่ต้องจ้างเทศบาลเข้ามาดำเนินการให้ซึ่งบางครั้งต้องคอยคิวกว่าจะทำให้เป็นต้น (ค่าตัดต้นไม้
ที่ต้องจ้างเทศบาลตัดทั้งหมู่บ้านค่าจ้างประมาณ 15,000 บาทต่อครั้งและปีหนึ่งจะตัด 1-2 ครั้ง)
*****เหตุผลก็คือประหยัดให้มากเท่าที่จะทำได้เพื่อให้การบริหารค่าส่วนกลางที่มีอยู่พอดีๆได้ประโยชน์สูงสุด
เพราะเราเก็บค่าส่วนกลางในจำนวนที่พอเพียงแก่การดำเนินงานของนิติฯ ไม่เก็บสะสมเงินไว้จำนวนมากๆ
เหมือนนิติบุคคลหมู่บ้านอื่นๆ ให้เกิดกรณีโกงกินขึ้นตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ
-เรื่องแมวจรจัด
สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว  ปัญหานี้เบื้องต้นขอความร่วมมือเจ้าของบ้านบางหลังอย่าให้อาหาร
แก่แมวพวกนี้  (เรื่องนี้กรรมการลำบากใจเนื่องมีบางท่านรักและสงสารสัตว์)  กรรมการท่านที่เป็นปศุสัตว์จังหวัด
แนะนำว่าให้เทศบาลหรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาจับ ก็จะนำไปขังที่ศูนย์พักสัตว์ซึ่งมีสัตว์ต่างๆอยู่กันอย่างแออัด
เป็นร้อยๆตัวทั้งหมาและแมว  และยังไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหนดีกว่านี้ ใครๆก็รู้ว่าแมวไม่สามารถจับได้ง่ายๆต้องใช้
ยิงยาสลบซึ่งอาจจะทำให้ตายได้ สรุปกรรมการก็เลยเงิบ.... ยังหาทางออกไม่ได้ท่านใดมีไอเดียดีแนะนำกันบ้าง..



วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้า

      โครงการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่

การใช้กระแสไฟฟ้าในบริเวณพื้นที่สาธารณะในหมู่บ้าน(ข้อมูลเดือนมีนาคม2558)
1.สระน้ำที่สโมสร มีปั้มน้ำที่ต้องทำงาน.........
เพื่อให้ระบบถ่ายเทน้ำในสระให้สะอาดตามมาตรฐาน... ค่ากระแสไฟฟ้า..5,430.92...บาท
2.ไฟฟ้าแสงสว่างถนน /ป้อมยาม /ไม้กระดกกั้นรถเข้า-ออกอัตราการทำงานวันละ 300-500 ครั้ง(จากรายงานสูงสุดประมาณ 800 ครั้งต่อวัน)  .เฉลี่ยค่ากระแสไฟฟ้าเดือนละ.....17,625.75.บาท(ใช้มิเตอร์วัดไฟตัวเดียวกัน)
3.ปั้มน้ำสำหรับรดน้ำสนามหญ้าและต้นไม้.............ค่ากระแสไฟฟ้าเดือนละ 5,119.82.บาท
4.ไฟฟ้าแสงสว่างสโมสร  131.49 บาท
รวมค่ากระแสไฟฟ้าทั้งหมด..28,307.98.บาท

จะเห็นว่าจุดที่ใช้กระแสไฟฟ้ามากคือป้อมยาม(ไม้กระดกผ่านเข้า-ออก)และไฟฟ้าส่องสว่างถนน
มีการใช้กระแสไฟฟ้ามาก

มาตรการลดค่ากระแสไฟฟ้า

1.ปั้มน้ำที่บริเวณน้ำตกใช้ตั้งเวลาให้ทำงานเป็นช่วงๆแทนที่จะเปิดทั้งวัน(ดำเนินการแล้ว)
2.ปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณป้อมยามใช้ไฟเป็น LED และ Fluorescent แทนหลอด Spotlight
 ขนาดใหญ่ 300 W ดำเนินการเปลี่ยนเป็นหลอด LED ขนาด 50 W
แทน



3.เปลี่ยนหลอดไฟแสงจันทร์ขนาด 125 Wทั้งหมดจำนวน 71 ดวง ใช้หลอดแสงจันทร์ขนาด 125 W  เป็นหลอดประหยัดไฟขนาด 85 W แทนโดยทยอยเปลี่ยน
เฉพาะหลอดที่เสียก่อนเนื่องจากราคาหลอดประหยัดไฟ ราคาหลอดละประมาณ 650 - 750 บาท
หากเปลี่ยนได้หมด 71 หลอดในอนาคตจะสามารถลดพลังไฟฟ้าได้จากเดิม( 8,875 W + LOSS 3 %

=  9,141.25 W คำนวนค่ากระแสไฟฟ้าประมาณเดือนละ 8,000 บาท )   ถ้าหักจากการใช้กระไฟฟ้าที่ป้อมยามออก =17625.75-8,000 = 9,625.75 บาท จะเห็นว่าการใช้พลังไฟฟ้าในการเปิดปิดประตูให้รถ
ผ่านเข้า- ออก มีปริมาณมากกว่าแต่ไม่สามารถลดการใช้พลังไฟฟ้าจุดป้อมยามลงได้
 ถ้าลงทุน เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าทั้งหมดจำนวน 71 หลอดเพื่อลดพลังงานด้านแสงไฟฟ้าส่องสว่างถนน เป็นจำนวนเงินประมาณ 46,000 บาท จะคืนทุนได้ภายใน 6-8 เดือน(แต่ต้องพิจารณารายรับของนิติบุคคลฯว่าจะมีเงินพอที่จะค่อยลงทุนทีละเดือนหรือลงทุนในครั้งเดียว) จากการคำนวนคร่าวๆเราสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง แต่มีการส่องสว่าง มากขึ้นหลายเท่าตัว ทั้งนี้คงต้องให้สมาชิกร่วมออกความคิดเห็นกันละครับ





วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

บทเรียนจากการอยู่ร่วมกัน

ไปอ่านพบบทความซึ่งเขียนโดย ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม
อยากนำเสนอให้สมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ของเราอ่านดู
นุษย์เรา เวลาเป็นเพื่อนบ้านกัน อยู่ บ้านใกล้เรือนเคียง ถ้าจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กติกา และโอนอ่อนผ่อนปรนซึ่งกันและกัน รวมทั้งมีน้ำจิตน้ำใจให้แก่กันและกันด้วย การอยู่ร่วมกันกับ เพื่อนบ้าน อย่างสงบสุข จึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ถ้าจะลองดู ปัญหาใกล้ตัว ก็จะเห็นตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น ปัญหาของคนที่มีบ้านอยู่ใน หมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น ผมเคยถามเพื่อนฝูงหลายคนว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เท่าที่ประมวลดูแล้ว เข้าใจว่าปัญหามีหลากหลายชนิด แต่ที่ ติดอันดับต้นๆ คงมีอยู่สองเรื่องด้วยกัน คือเรื่อง ก่อสร้างต่อเติมออกมา จนรุกล้ำสิทธิของเพื่อนบ้านหรือพื้นที่ส่วนกลาง กับ เรื่องไม่จ่ายเงินค่าส่วนกลาง
            เท่าที่สอบถามดู พอจะประเมินคร่าวๆ ได้ว่า ในแต่ละหมู่บ้าน น่าจะมีคนที่ก่อให้เกิดปัญหาเช่นนี้โดยเฉลี่ย ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ พูดง่ายๆ ว่า ถ้ามีบ้าน 100 หลัง ก็อาจจะพบมนุษย์ผู้สร้างปัญหาให้แก่สังคมส่วนรวม ประมาณ 3-5 คน และทำให้คนส่วนใหญ่อีก 95-97 คน ต้องเสียความรู้สึก และต้องขบคิดหาวิธีการว่าทำอย่างไร จะให้คนเหล่านี้ ประพฤติปฏิบัติตน ให้ถูกต้องตามกฎหมายและกติกาสังคม
 กรณี ที่ไม่ยอมจ่ายส่วนกลางนั้น ถ้าเป็นสาเหตุมาจากฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน จนทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอ เพื่อนบ้านก็คงพอจะเข้าใจได้ และให้เวลาในการแก้ปัญหา แต่เท่าที่ผมได้ยินมานั้น ส่วนใหญ่ยังมีรายได้เพียงพอ และบางรายมีรายได้เหลือเฟือเสียด้วยซ้ำไป แต่ จะไม่จ่ายเสียอย่าง จะว่าไง เอาซีครับ รวยดีอยู่หรอก แต่พฤติกรรมน่าเหยียดหยามอย่างนี้ก็มีด้วย

สาเหตุที่การบริหารงานในหมู่บ้านล้มเหลว

สาเหตุที่การบริหารงานในหมู่บ้านล้มเหลว😈

1. สมาชิกในหมู่บ้านจำนวนมากไม่ชำระค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะให้ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ส่งผลให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขาด “งบประมาณรายรับ” หรือไม่เพียงพอต่อ “งบประมาณ-รายรับ-รายจ่าย"
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร จำเป็นต้องอาศัยทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ไปพร้อมๆ กันเพื่อขอความร่วมมือให้ผู้ซื้อที่ดินชำระค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคหรือ บริการสาธารณะให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

2. ขาดความเป็นเอกภาพความสามัคคีในการบริหารงานโดยคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร
-ปัญหา “ความไม่ลงรอย” ระหว่างการบริหารงานของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร อาจส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการบริหารงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
-นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากกว่า “กึ่งหนึ่ง” ประกาศลาออก เพื่อขอให้เปิดประชุม เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรชุดใหม่ แต่ประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการ “ไม่เห็นด้วย” กลายเป็นปัญหา (ภายใน) แสดงความไม่เป็นเอกภาพ หรือหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดความไม่โปร่งใสในการบริหารงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในสายตาของสมาชิกหมู่บ้าน

3. มีการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรบ่อยครั้ง ทำให้งานบริหารขาดความต่อเนื่อง
### สัจธรรมข้อหนึ่งของความล้มเหลวในการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร “ไม่ได้รับเงินเดือนหรือเบี้ยเลี้ยง” ทำให้เกิดความไม่เต็มใจที่จะสละเวลาส่วนบุคคลเข้ามาดูแลงานอย่างเต็มที่
สังเกต มักพบว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง เพราะการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร “ไม่เป็นองค์ประชุม” ตามข้อบังคับ
 ....💛เมื่อเรารู้ว่าสาเหตุเป็นอย่างนี้ทุกคนคงต้องมาร่วมกันอย่าให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ของเรา

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วันงานประจำปี "วันครอบครัวฮาบิเทียบางใหญ่"

            วันงานประจำปี "วันครอบครัวฮาบิเทียบางใหญ่" วันที่ 10 มกราคม 2558
พบปะสังสรรค์ร่วมรับประทานอาหาร เล่นเกมสนุกๆสำหรับลูกหลานของสมาชิกและ
โครงการส่งเสริมธุรกิจสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่เชิญชวนสมาชิกที่ทำธุรกิจ
และร้านค้าที่ต้องการแนะนำให้เพื่อนสมาชิกภายในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ของเรา  
 ร่วมกันออกบูธ(Booth) ฟรี ซื้อ-ขาย-แลกเปลี่ยน สินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆของสมาชิก
เฃิญชวนทุกท่านแต่งกายเข้างานด้วยรูปแบบ Color full  ลวดลายสีสรร สดใส

นำของขวัญมาแลกเปลี่ยนกันราคาไม่เกิน300บาท


กำหนดการดังนี้
- เวลา 06.30  น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์
เวลา 07.30 น. สมาชิกร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์บริเวณสนามหญ้า
เวลา 13.00 น. ออกบูธ(Booth) 
เวลา16.30 -  23.00 น. เริ่มงานวันครอบครัวฮาบิเทียบางใหญ่ประจำปี2558
วัตถุประสงค์
1.เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีสมาชิกภายในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
2.เพื่อให้มีการพบปะสังสรรค์และชื้อ-ขายแลกเปลี่ยนประชาสัมพันธ์ขยายธุรกิจของสมาชิก
3.เพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนภายในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่
- เริ่มโครงการวันที่  10  มกราคม  2558  เวลา  13.00 น. -  23.00 น.
- สมาชิกท่านใดมีความประสงค์ออกบูธ(Booth)ฟรี

แนะนำธุรกิจ/ร้านค้า/ผลิตภัณฑ์/นำสินค้ามือหนึ่ง-มือสองมาขาย  
ส่งใบจองตั้งแต่วันที่1-15 ธันวาคม2557 ได้ที่สำนักงานนิติบุคคลฯ
โดยจะมีหมายเลขลำดับการจัดโต๊ะเก้าอี้ให้ตามหมายเลขในแผนผัง
ทั้งนี้ทางนิติบุคคลฯจะจัดโต๊ะและเก้าอี้ให้แก่ผู้ที่แจ้งความประสงค์เท่านั้น เพื่อสะดวกในจัดพื้นที่สำหรับจัดงาน
หมายเหตุ   ใบจองจะส่งให้ท่านที่บ้านทุกหลัง สามารถส่งได้ที่สำนักงานนิติบุคคลฯหรือที่ป้อมรป.  ภายใน15 ธันวาคม 2557 นี้เท่านั้น                 

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แจ้งสมาชิกระมัดระวังทรัพย์สินในบ้านของท่าน

กรณีนีเป็นอุทธาหรณ์สำหรับทุกท่านให้ระมัดระวังปิดประตูหน้าต่างทุกครั้งให้เรียบร้อย
                ตามที่ได้รับแจ้งจากสมาชิกหมู่บ้าน 2 หลังว่ามีทรัพย์สินหายเมื่อวันที่ 16 พ.ย.57นั้น
ทางนิติบุคคลได้ให้เจ้าหน้ารป.เข้าตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีทรัพย์สินอะไรสูญหาย
ตามรายงานดังนี้
        ข้อ1. บ้านทั้ง 2 หลังไม่มีร่องรอยงัดแงะประตูหน้าต่างและร่องรอยการปีนป่ายจากด้านนอกรั้ว
        ข้อ2. เจ้าของบ้านทั้ง 2 แจ้งว่าลืมปิดล็อกประตูและหน้าต่าง
        ข้อ3. ทรัพย์ที่สูญหายมีโน้ตบุ้คยี่ห้อ Acer หาย 1 เครื่องและกระเป๋าใส่เงินหายจากบ้านแรกแต่มาพบภายหลังว่าโน้ตบุ้คยี่ห้อ Acer มาซุกอยู่ในตระกร้าเสื้อผ้าในบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งบ้านหลังที่พบโน้ตบุ้คAcerนั้นปรากฎว่ามีโน้ตบุ้คยี่ห้อ Dell ของตนเองก็หายไปด้วย
        เจ้าของบ้านทั้งสองหลังได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า.. ได้รับคืนโน้ตบุ้คAcerที่หายไปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ทราบผู้ก่อเหตุและแจ้งกับพนักสอบสวนว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปและพบโน้ตบุ้คAcerดังกล่าว
        เรื่องนี้ทางคณะกรรมการนิติบุคคลเมื่อวันที่17พ.ย.57เวลา 19.00 น.ได้เชิญเจ้าของบ้านทั้ง 2 หลัง
และบริษัทรักษาความปลอดภัยเข้าร่วมหารือกรณีที่เกิดความเสียหายแก่สมาชิกของหมู่บ้านดังกล่าว
ในเรื่องการชดใช้กรณีทรัพย์สินของสมาชิกสูญหายซึ่งอาจเกิดจากโจรกรรม เจ้าของบ้านคู่กรณีได้เดินทางมาพบเพียงหลังเดียว ซึ่งผลการเจรจาระหว่างสมาชิกผู้เสียหายกับบริษัทรปภ.โดยคณะกรรมการนิติ
บุคคล เป็นผู้ประสานงานให้  ดังนี้
1.ตามสัญญาของรป.ได้ระบุว่า กรณีทรัพย์สินเช่น เงิน ทอง เพชร พระ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค (ของที่หยิบฉวยได้ง่าย)ซึ่งจะแนบศัญญารป.พร้อมการชี้แจงเรื่องความปลอดภัยจากการประชุมสมาชิกซอย8และซอย10 ส่งให้สมาชิกทุกท่านทราบต่อไป
2.ไม่มีร่องรอยการงัดแงะประตูหน้าต่างเพื่อเข้าไปโจรกรรม ถือว่าเจ้าของบ้านไม่รอบคอบที่ปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนเองตามสมควร
ฉะนั้นบริษัทรปภ.ไม่ต้องรับผิดชอบในทรัพย์สินที่สูญหายแต่อย่างใด
แต่ทางคณะกรรมการนิติบุคคลได้ไกล่เกลียเพื่อหาทางออกสรุปดังนี้
1.ให้ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าดำเนินการหาลายนิ้วมือแฝงและร่องรอยการโจรกรรม โดยทาง
บริษัทรปภ.แจ้งว่าค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์หลักฐาน หากพบว่ามีลายนิ้วมือของพนักรป. ทาง
บริษัทรปภ.ยินดีออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดพร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ด้วยแต่ถ้ากรณีที่มีลายนิ้วมือแฝงของบุคคลอื่นที่พิสูจน์ได้ว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้โจรกรรม ในการดำเนินตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคคลผู้นั้นจะต้องรับภาระออกค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์ลายนิ้วมือดังกล่าวข้างต้น
2.หากไม่พบลายนิ้วมือแฝงของบุคคลที่ต้องสงสัย(พนักงานรป.) เจ้าของบ้านต้องออกค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์หลักฐานในครั้งนี้เอง
             เจ้าของบ้านหนึ่งท่านยินยอมตามนั้นแต่เจ้าของบ้านอีกท่านหนึ่งไม่มาร่วมประชุมในครั้งนี้(17พ.ย.57)และยังไม่ยินยอมให้มีการตรวจดังกล่าว
      จึงยังหาข้อยุติไม่ได้  เพราะทั้งสองหลังเป็นผู้เสียหายต้องตรวจพิสูจน์พร้อมๆกัน คณะกรรมการจึงต้องพิจารณากันต่อไปเพราะเท่ากับว่าทางนิติบุคคลได้ออกจากสัญญาการจ้างรปภ.ที่ทำไว้ตั้งแต่แรกและเสมือนเขียนสัญญาเฉพาะกาลนี้ขึ้นใหม่เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในหมู่บ้านของเรา .......โดยได้รับความยินยอมจากบริษัทรปภ.
***คณะกรรมการนิติบุคคลมีความห่วงใยในสวัสดิภาพและทรัพย์ของสมาชิกลูกบ้านทุกคนสิ่งใดที่สามารถช่วยเหลือได้จะพยายามหาทางเต็มที่ ทั้งนี้สมาชิกต้องช่วยกันดูแลปกป้องทรัพย์สินตามสมควร ...ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนเข้านอนหรือออกไปทำงาน หากมีอะไรผิดสังเกตุในยามค่ำคืนโทรเรียกรปภ. 02-1904270 ให้มาดูแลดีกว่าอย่าเสี่ยงลงมาดูเองเลย จะไม่ปลอดภัยต่อคนในครอบครัวของท่าน..........

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เอกสารแจ้งสมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทีย บางใหญ่

วันที่ 15 ธันวาคม 2557
เรื่อง  แจ้งการประชุมเฉพาะสมาชิกที่อยู่ในซอย8และซอย10 ในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย
เรียน สมาชิกหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ทุกท่าน
ผู้เข้าร่วมประชุม 
สมาชิกซอย 8  คุณเมธิกา ศรีสลับ (63/80),คุณสันติ ใบยูซุบ (63/82),คุณกานต์/คุณรัตน์กร  วนเวสารัช (63/110),คุณสุเจตน์ ภุชงค์ (63/112),คุณประสิทธิ์ ตัวแทน คุณวิศนุรักษ์  เวชสถล (63/113)
สมาชิกซอย 10  คุณกนกวรรณ  รักษาทรัพย์ (63/114) ,คุณชัยฤทธ์ อารียาภรณ์ (63/115) ,คุณสำเนียง  ศิริกุล (63/116) ,              คุณกรวรรณ จันดีปุ่น (63/117),คุณกายสิทธิ์ ญาณประสิทธิ์เวทย์(63/144) ,คุณณัฐิยา  ศรีเบญจกุล (63/145)
คณะกรรมการนิติบุคคลฯ นาวาอากาศเอกอดิสร  บุญขจาย ,คุณสานิต  ปลื้มชูศักดิ์,คุณกฤษณะ  วิเศษกุล,คุณสุริยา ศรีวรลักขณา,คุณศุภมิตร ภุมมาลี,คุณธีรพัฒน์  แสวงกิจ ,คุณสหัสนัยน์  พงษ์สุพัฒน์ ,คุณธรรมนูญ  เอี่ยมฉวี       
                                     
                ตามที่ นิติบุคคลฯได้รับแจ้งจากสมาชิกแปลง 63/80 ซอย 8  เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2557 เวลาประมาณ 8.30 น. พบว่ามีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คซึ่งไม่ทราบว่าของใครมาอยู่ในตะกร้าซักผ้าในบ้านของตนเอง   นิติบุคคลฯจึงแจ้งบริษัทฯ รปภ.  ให้เข้ามาตรวจสอบ  เพื่อหาร่องรอยการโจรกรรม  แต่ไม่พบรอยงัดแงะประตู ,หน้าต่างแต่อย่างใด  สมาชิกแปลง 63/80 จึงมอบคอมพิวเตอร์ฯให้ทางบริษัทฯ รปภ.เพื่อตรวจสอบว่าเป็นของใคร เนื่องจากล็อค password เปิดเครื่องไม่ได้ ต่อมาเมื่อทางบริษัทฯ รปภ.เปิดเครื่องได้ จึงทราบว่าเป็นของสมาชิกแปลง 63/145 ซอย10
               ในเวลาประมาณ 18.00 น.แปลง 63/145 โทรศัพท์เข้ามาที่ สนง.นิติบุคคลฯ แจ้งว่ามีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและกระเป๋าสตางค์หาย โดยตนเองไม่ได้ปิดล็อคประตูบ้านตอนนอนหลับพักผ่อน และขอดูกล้องวงจรปิด    
              คณะกรรมการฯจึงนัดสมาชิกแปลง 63/80,สมาชิกแปลง 63/145และบริษัท รปภ.ให้มาพบกันที่สนง.นิติบุคคลฯ สมาชิกแปลง 63/80 จึงได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์คืนแก่สมาชิกแปลง 63/145 เรียบร้อยแล้ว ดังปรากฏในเอกสารตามแนบ(เอกสารใบแจ้งความตามแนบ) และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและเก็บรอยนิ้วมือแฝงไปแล้วทั้งสองหลัง
ในวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2557 เวลาประมาณ 8.00 น.นิติบุคคลฯได้รับแจ้งจากสมาชิกแปลง 63/80 ว่ามีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของตนเองหายไป และได้ไปลงบันทึกประจำวันเพิ่ม (เอกสารใบแจ้งความตามแนบ)
ในวันที่ 13 ธันวาคม 2557 เวลา 19.00 น. คณะกรรมการฯได้เชิญสมาชิกหมู่บ้านที่อยู่ในซอย 8 และซอย 10 ทั้งหมดมาร่วมประชุมเพื่อพูดคุยชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในหมู่บ้าน ซึ่งในที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1.สมาชิกแปลง 63/113  เสนอให้ติดเหล็กแหลมบริเวณรั้วสีขาวโดยรอบโครงการ 
 คณะกรรมการฯได้เรียนว่าถ้าสมาชิกที่มีบริเวณรั้วบ้านเกี่ยวข้องยินยอมก็สามารถทำได้ เนื่องจากรั้วดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของสมาชิก   แต่ละแปลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะมาจากค่าส่วนกลางของลูกบ้าน

2.สมาชิกแปลง 63/145 สอบถามว่ามีการหมุนเวียนพนักงาน รปภ.และพนักงานดูแลสวนหรือไม่ และมีความเห็นว่าอยากให้มีการหมุนเวียน  
คณะกรรมการฯเรียนแจ้งว่าโดยปกติมีการหมุนเวียนพนักงานอยู่แล้ว แต่การหมุนเวียนพนักงานใหม่เข้ามาก็อาจทำให้พนักงาน รปภ.และพนักงานดูแลสวนต้องมาเริ่มทำความคุ้นเคยกับลูกบ้านใหม่ ซึ่งอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
3.สมาชิกแปลง 63/145 เสนอให้นิติบุคคลฯดำเนินการแจ้งกับสมาชิกให้ทราบทันที ในกรณีที่เกิดเหตุเกี่ยวกับความปลอดภัย
คณะกรรมการฯ จะเรียนแจ้งให้สมาชิกหมู่บ้านทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยโดยเร็วที่สุดในเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดจะแจ้งในลำดับต่อมาเมื่อทราบข้อเท็จจริง
4. สมาชิกแปลง 63/110 เสนอให้สมาชิกทุกท่านช่วยเปิดไฟส่องสว่างภายในรั้วบ้าน อย่างน้อยแปลงละ 1 ดวง เพื่อช่วยเรื่องความปลอดภัย และช่วยให้การตรวจตราของ รปภ. มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คณะกรรมการฯ เห็นด้วยที่สมาชิกจะร่วมมือกันทุกๆบ้านเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง
5.สมาชิกแปลง 63/144 เสนอให้งดการจัดงานประจำปี “งานวันครอบครัวฮาบิเทีย บางใหญ่” ที่จัดเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม  เพื่อให้นำเงินส่วนที่ใช้ในการจัดงานมาเพิ่มมาตรการเรื่องความปลอดภัย
คณะกรรมการฯเรียนว่า การจัดงานเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในหมู่บ้าน เป็นการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน เพราะเราไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียว จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยอย่างมาก แต่หากสมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นว่าไม่ควรจัดงานคณะกรรมการฯก็ยินดีปฏิบัติตามมติส่วนใหญ่นั้น โดยจะทำเป็นแบบสอบถามต่อไป
6.คณะกรรมการฯได้แจ้งในที่ประชุมว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน คณะกรรมการฯจึงได้อนุมัติงบฉุกเฉินสำรองเพื่อเตรียมไว้สำหรับการซ่อมแซมฟุตบาททางเท้าทั้งหมู่บ้านและงบซ่อมแซมสาธารณูปโภคอื่นๆในครั้งต่อไป  นำมาติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมก่อน อีก 18 จุด สำหรับส่องเข้าในซอยทุกซอย
(ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับโครงการติดตั้งกล้อง กล่าวคือ โครงการแรกติดตั้งกล้องวงจรปิดเรียบร้อย จำนวน 25 จุด ครอบคลุมพื้นที่ถนนเมนทั่วหมู่บ้าน โครงการที่ 2 การติดตั้งกล้องส่องเข้าในซอยทุกซอย  คณะกรรมการฯได้เคยขอสนับสนุนจากสมาชิก แต่สมาชิกบางส่วนไม่เห็นด้วย จึงชะลอโครงการไว้ก่อนเพื่อรองบประมาณที่เหลือจากการบริหารงานในครั้งต่อไป  เนื่องจากคณะกรรมการฯ ต้องบริหารงบประมาณให้เหมาะสมและพร้อมกับต้องสำรองงบกรณีฉุกเฉินไว้ด้วย )
                    ทั้งนี้คณะกรรมการฯขอเรียนแจ้งสมาชิกทุกท่านให้เพิ่มความระมัดระวังบ้านเรือนของท่านด้วยตนเองเป็นลำดับแรก เช่น การปิดล็อคประตูหน้าต่างบ้านของตนเอง  ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่  16 พฤศจิกายน 2557  นั้นทางเจ้าของบ้านทั้งสองหลัง  แจ้งว่าไม่ได้ทำการปิดล็อคบ้านของตัวเอง ทำให้ผู้บุกรุกสามารถเข้าไปในบ้านได้โดยง่าย  เรื่องการเข้าในหมู่บ้านของบุคคลภายนอกต้องมีจุดมุ่งหมาย ถ้าเป็นตำรวจต้องมีการแสดงตัวและมีจุดมุ่งหมายหรือมีหมายจับ หากไม่ได้แสดงตนหรือมีลักษณะให้เชื่อว่าเป็นตำรวจหรือไม่มีหลักฐานใดๆแสดง ทางนิติบุคคลฯก็จะไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในหมู่บ้าน (ที่ผ่านมา มีบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ไม่แต่งเครื่องแบบและไม่แสดงบัตร)

 คณะกรรมการฯยินดีรับฟังคำแนะนำจากลูกบ้านทุกท่านเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความสุขในหมู่บ้านของเรา